รีวิว
มีหนังไม่กี่เรื่องที่กล้าหยิบกวีผู้ล่วงลับมาเจ็ดร้อยปีมาวางคู่กับโลกอาชญากรรมยุคปัจจุบัน แล้วยังทำให้รู้สึกว่าทั้งสองอยู่ในจักรวาลเดียวกันได้อย่างสมเหตุสมผล ดันเต้ลิขิต หรือ In the Hand of Dante คือความพยายามแบบนั้น และมันมาจากมือของผู้กำกับที่ไม่เคยทำอะไรแบบกลางๆ ในชีวิต
Julian Schnabel ชื่อนี้ในวงการหนังโลกไม่ได้หมายถึงความธรรมดา เขาคือจิตรกรชาวอเมริกันที่เดินเข้ามาในโลกภาพยนตร์แล้วสร้าง Basquiat และ The Diving Bell and the Butterfly ซึ่งเรื่องหลังพาเขาไปถึงเวทีออสการ์สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม ผลงานของ Schnabel มักมีลักษณะเหมือนภาพวาดที่เคลื่อนไหวได้ ช้า หนัก และเต็มไปด้วยเจตนา ซึ่งถ้าใครคาดหวังหนังแอคชันเร็วแรงแบบทั่วไป อาจต้องปรับความคาดหวังไว้ก่อน
จุดตั้งต้นของเรื่องน่าสนใจมาก นักเขียนคนหนึ่งซึ่งชีวิตกำลังไปได้ไม่ดีนักเกิดรู้ว่ามีต้นฉบับที่เขียนด้วยลายมือของดันเต อาลีกีเยรี กวีชาวอิตาลีผู้เขียน Divine Comedy หรือที่รู้จักในชื่อ "บทเพลงแห่งพระเจ้า" ยังคงอยู่ในโลกนี้ และเขาตัดสินใจว่าต้องได้สิ่งนั้นมาไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร หนังไม่ได้เดินในแนวเส้นตรงอย่างที่คุ้นเคย แต่ค่อยๆ ถักทอให้เห็นว่าชะตากรรมของคนในยุคกลางกับคนยุคนี้มีจุดร่วมที่น่าขนลุกอย่างไร โดยไม่ยอมเฉลยทุกอย่างให้ง่ายดายตั้งแต่ต้น
ในแง่งานฝีมือ สิ่งที่คาดได้จาก Schnabel คืองานภาพที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน เขาไม่ถ่ายหนังแบบที่ผู้กำกับทั่วไปถ่าย กล้องของเขามักอยู่ในมุมที่ทำให้รู้สึกว่ากำลังดูงานศิลปะมากกว่าภาพยนตร์บันเทิง ซึ่งถือเป็นดาบสองคม สำหรับคนที่รักสุนทรียศาสตร์แบบนี้จะรู้สึกว่าได้รับอะไรบางอย่างที่หาได้ยาก แต่สำหรับคนที่ต้องการความเร็วและจังหวะ อาจรู้สึกว่าหนังยาว 153 นาทีนี้หนักไปสักหน่อย
โอสการ์ อิซาอัก คือแกนกลางของเรื่อง และถ้าจะพูดถึงความน่าเชื่อถือในฐานะนักแสดงที่รับบทคนตกต่ำซึ่งทำตัวเองพัง เขาคือตัวเลือกที่ถูกที่สุด อิซาอัคมีความสามารถในการแสดงความสิ้นหวังที่ไม่ต้องพึ่งบทพูดมาก ใบหน้าของเขาทำงานได้เอง ส่วน กัล กาด็อต และ Gerard Butler เป็นส่วนประกอบที่น่าจับตาแม้จะยังไม่ชัดเจนว่าบทของพวกเขาหนักแค่ไหนในการตัดต่อขั้นสุดท้าย ขณะที่ จอห์น มัลโควิช ในชื่อเดียวกับตัวเองนั้นฟังดูเหมือนกิมมิคที่น่าสนุก และถ้า Schnabel เล่นกับมันได้ดีก็อาจเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของเรื่อง ดนตรีประกอบและการตัดต่อในหนังของ Schnabel มักมีลักษณะที่ไม่รีบ จังหวะของเขาเหมือนการหายใจลึกๆ มากกว่าการวิ่ง ซึ่งถ้าเรื่องราวรองรับได้ก็จะช่วยให้อารมณ์หนักขึ้น แต่ถ้าไม่ก็อาจกลายเป็นความน่าเบื่อ
คะแนน TMDB ที่ 5.28 อาจส่งสัญญาณว่าหนังเรื่องนี้ตกระหว่างสองโลก คือทะเยอทะยานเกินไปสำหรับคนดูทั่วไป แต่อาจยังไม่กล้าพอสำหรับคนที่รักหนังศิลปะจริงๆ ซึ่งเป็นปัญหาคลาสสิกของหนังที่พยายามจะเป็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน
ถ้าจะเปรียบกับผลงานก่อนหน้าของ Schnabel เรื่องนี้ดูเหมือนจะยืนอยู่ระหว่าง Basquiat ที่เล่าชีวิตศิลปินด้วยความร้อนแรง กับ The Diving Bell and the Butterfly ที่ลึกและนิ่ง หนังแนวอาชญากรรมที่มีกลิ่นวรรณกรรมแบบนี้พอเทียบได้กับ The Old Man and the Gun หรือ American Made ในแง่ที่นักแสดงนำแบก texture ทั้งเรื่อง แต่ดันเต้ลิขิตหนักกว่านั้นมาก
สรุปแล้วหนังเรื่องนี้เหมาะกับคนที่อ่าน Divine Comedy มาก่อนจะยิ่งดี แต่ไม่จำเป็น เหมาะกับคนที่ชอบหนังที่ต้องนั่งดูด้วยความตั้งใจ ไม่ใช่เปิดไปพลางกินข้าวพลาง และเหมาะกับคนที่เชื่อว่าผู้กำกับที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจนแม้จะผิดพลาดก็ยังน่าสนใจกว่าหนังที่ถูกต้องแต่ไม่มีชีวิต
จุดเด่น
แนวคิดตั้งต้นที่แปลกและน่าติดตาม ดึงดูดด้วยการเชื่อมโลกของดันเต้กับอาชญากรรมสมัยใหม่
ผู้กำกับ Julian Schnabel มีสไตล์ภาพที่เป็นเอกลักษณ์และหนักแน่น
นักแสดงระดับ A-List หลายคนในเรื่องเดียว
จุดสังเกต
ความยาว 153 นาทีอาจหนักเกินไปสำหรับผู้ชมที่คาดหวังความสนุกแบบตรงไปตรงมา
คะแนน TMDB ที่ต่ำบ่งชี้ว่าอาจมีความขัดแย้งระหว่างความทะเยอทะยานทางศิลปะกับความบันเทิง
ดูได้ที่ไหน
คำถามที่พบบ่อย
ดันเต้ลิขิต เหมาะกับคนดูแบบไหน
เหมาะกับผู้ชมที่ชื่นชอบหนังอาชญากรรมที่มีเลเยอร์ทางวรรณกรรมและปรัชญา มากกว่าแอคชันตรงไปตรงมา
In the Hand of Dante ฉายเมื่อไหร่
กำหนดฉาย 12 มิถุนายน 2026
Julian Schnabel เคยกำกับหนังอะไรมาก่อน
Julian Schnabel เป็นที่รู้จักจาก The Diving Bell and the Butterfly ที่เข้าชิงออสการ์สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม และ Basquiat
นักแสดงนำ
หนังที่คล้ายกัน