ดันเต้ลิขิต

ดันเต้ลิขิต

2026 · 153 นาที · ไม่ระบุเรต

5.3/10NETFLIX

รีวิว

มีหนังไม่กี่เรื่องที่กล้าหยิบกวีผู้ล่วงลับมาเจ็ดร้อยปีมาวางคู่กับโลกอาชญากรรมยุคปัจจุบัน แล้วยังทำให้รู้สึกว่าทั้งสองอยู่ในจักรวาลเดียวกันได้อย่างสมเหตุสมผล ดันเต้ลิขิต หรือ In the Hand of Dante คือความพยายามแบบนั้น และมันมาจากมือของผู้กำกับที่ไม่เคยทำอะไรแบบกลางๆ ในชีวิต

Julian Schnabel ชื่อนี้ในวงการหนังโลกไม่ได้หมายถึงความธรรมดา เขาคือจิตรกรชาวอเมริกันที่เดินเข้ามาในโลกภาพยนตร์แล้วสร้าง Basquiat และ The Diving Bell and the Butterfly ซึ่งเรื่องหลังพาเขาไปถึงเวทีออสการ์สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม ผลงานของ Schnabel มักมีลักษณะเหมือนภาพวาดที่เคลื่อนไหวได้ ช้า หนัก และเต็มไปด้วยเจตนา ซึ่งถ้าใครคาดหวังหนังแอคชันเร็วแรงแบบทั่วไป อาจต้องปรับความคาดหวังไว้ก่อน

จุดตั้งต้นของเรื่องน่าสนใจมาก นักเขียนคนหนึ่งซึ่งชีวิตกำลังไปได้ไม่ดีนักเกิดรู้ว่ามีต้นฉบับที่เขียนด้วยลายมือของดันเต อาลีกีเยรี กวีชาวอิตาลีผู้เขียน Divine Comedy หรือที่รู้จักในชื่อ "บทเพลงแห่งพระเจ้า" ยังคงอยู่ในโลกนี้ และเขาตัดสินใจว่าต้องได้สิ่งนั้นมาไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร หนังไม่ได้เดินในแนวเส้นตรงอย่างที่คุ้นเคย แต่ค่อยๆ ถักทอให้เห็นว่าชะตากรรมของคนในยุคกลางกับคนยุคนี้มีจุดร่วมที่น่าขนลุกอย่างไร โดยไม่ยอมเฉลยทุกอย่างให้ง่ายดายตั้งแต่ต้น

ในแง่งานฝีมือ สิ่งที่คาดได้จาก Schnabel คืองานภาพที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน เขาไม่ถ่ายหนังแบบที่ผู้กำกับทั่วไปถ่าย กล้องของเขามักอยู่ในมุมที่ทำให้รู้สึกว่ากำลังดูงานศิลปะมากกว่าภาพยนตร์บันเทิง ซึ่งถือเป็นดาบสองคม สำหรับคนที่รักสุนทรียศาสตร์แบบนี้จะรู้สึกว่าได้รับอะไรบางอย่างที่หาได้ยาก แต่สำหรับคนที่ต้องการความเร็วและจังหวะ อาจรู้สึกว่าหนังยาว 153 นาทีนี้หนักไปสักหน่อย

โอสการ์ อิซาอัก คือแกนกลางของเรื่อง และถ้าจะพูดถึงความน่าเชื่อถือในฐานะนักแสดงที่รับบทคนตกต่ำซึ่งทำตัวเองพัง เขาคือตัวเลือกที่ถูกที่สุด อิซาอัคมีความสามารถในการแสดงความสิ้นหวังที่ไม่ต้องพึ่งบทพูดมาก ใบหน้าของเขาทำงานได้เอง ส่วน กัล กาด็อต และ Gerard Butler เป็นส่วนประกอบที่น่าจับตาแม้จะยังไม่ชัดเจนว่าบทของพวกเขาหนักแค่ไหนในการตัดต่อขั้นสุดท้าย ขณะที่ จอห์น มัลโควิช ในชื่อเดียวกับตัวเองนั้นฟังดูเหมือนกิมมิคที่น่าสนุก และถ้า Schnabel เล่นกับมันได้ดีก็อาจเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของเรื่อง ดนตรีประกอบและการตัดต่อในหนังของ Schnabel มักมีลักษณะที่ไม่รีบ จังหวะของเขาเหมือนการหายใจลึกๆ มากกว่าการวิ่ง ซึ่งถ้าเรื่องราวรองรับได้ก็จะช่วยให้อารมณ์หนักขึ้น แต่ถ้าไม่ก็อาจกลายเป็นความน่าเบื่อ

คะแนน TMDB ที่ 5.28 อาจส่งสัญญาณว่าหนังเรื่องนี้ตกระหว่างสองโลก คือทะเยอทะยานเกินไปสำหรับคนดูทั่วไป แต่อาจยังไม่กล้าพอสำหรับคนที่รักหนังศิลปะจริงๆ ซึ่งเป็นปัญหาคลาสสิกของหนังที่พยายามจะเป็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน

ถ้าจะเปรียบกับผลงานก่อนหน้าของ Schnabel เรื่องนี้ดูเหมือนจะยืนอยู่ระหว่าง Basquiat ที่เล่าชีวิตศิลปินด้วยความร้อนแรง กับ The Diving Bell and the Butterfly ที่ลึกและนิ่ง หนังแนวอาชญากรรมที่มีกลิ่นวรรณกรรมแบบนี้พอเทียบได้กับ The Old Man and the Gun หรือ American Made ในแง่ที่นักแสดงนำแบก texture ทั้งเรื่อง แต่ดันเต้ลิขิตหนักกว่านั้นมาก

สรุปแล้วหนังเรื่องนี้เหมาะกับคนที่อ่าน Divine Comedy มาก่อนจะยิ่งดี แต่ไม่จำเป็น เหมาะกับคนที่ชอบหนังที่ต้องนั่งดูด้วยความตั้งใจ ไม่ใช่เปิดไปพลางกินข้าวพลาง และเหมาะกับคนที่เชื่อว่าผู้กำกับที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจนแม้จะผิดพลาดก็ยังน่าสนใจกว่าหนังที่ถูกต้องแต่ไม่มีชีวิต

จุดเด่น

แนวคิดตั้งต้นที่แปลกและน่าติดตาม ดึงดูดด้วยการเชื่อมโลกของดันเต้กับอาชญากรรมสมัยใหม่

ผู้กำกับ Julian Schnabel มีสไตล์ภาพที่เป็นเอกลักษณ์และหนักแน่น

นักแสดงระดับ A-List หลายคนในเรื่องเดียว

จุดสังเกต

ความยาว 153 นาทีอาจหนักเกินไปสำหรับผู้ชมที่คาดหวังความสนุกแบบตรงไปตรงมา

คะแนน TMDB ที่ต่ำบ่งชี้ว่าอาจมีความขัดแย้งระหว่างความทะเยอทะยานทางศิลปะกับความบันเทิง

ดูได้ที่ไหน

สมาชิกรายเดือนของแพลตฟอร์มนี้ดูได้ทันทีไปหน้า NETFLIX

คำถามที่พบบ่อย

ดันเต้ลิขิต เหมาะกับคนดูแบบไหน

เหมาะกับผู้ชมที่ชื่นชอบหนังอาชญากรรมที่มีเลเยอร์ทางวรรณกรรมและปรัชญา มากกว่าแอคชันตรงไปตรงมา

In the Hand of Dante ฉายเมื่อไหร่

กำหนดฉาย 12 มิถุนายน 2026

Julian Schnabel เคยกำกับหนังอะไรมาก่อน

Julian Schnabel เป็นที่รู้จักจาก The Diving Bell and the Butterfly ที่เข้าชิงออสการ์สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม และ Basquiat

นักแสดงนำ

โอสการ์ อิซาอักกัล กาด็อตGerard Butlerจอห์น มัลโควิชLouis CancelmiSabrina Impacciatore

หนังที่คล้ายกัน

คนเดือดระห่ำ

คนเดือดระห่ำ

เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ

เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ

บันทึกสุดท้ายของจอมโจร

บันทึกสุดท้ายของจอมโจร