รีวิว
มีซูเปอร์ฮีโร่น้อยคนนักที่แบกรับน้ำหนักของคำว่า "ความหวัง" ได้หนักเท่าชายในชุดแดงน้ำเงินคนนี้ และก็มีน้อยคนเช่นกันที่เคยถูกนำมาสร้างใหม่แล้วพังครืนต่อหน้าคนดูจนกลายเป็นบทเรียนราคาแพงของสตูดิโอ ครั้งนี้ เจมส์ กันน์ ก้าวขึ้นมารับไม้ต่อพร้อมคำมั่นสัญญาว่าจะสร้างจักรวาล DC ใหม่ทั้งหมดตั้งแต่รากฐาน และ "ซูเปอร์แมน" คือก้าวแรกของการเดินทางนั้น
หนังเลือกเปิดเรื่องด้วยซูเปอร์แมนในฐานะฮีโร่ที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้วในโลกของภาพยนตร์ ไม่ใช่เรื่องต้นกำเนิดที่เราต้องนั่งดูเขาค่อยๆ เรียนรู้การบิน แต่กันน์ฉลาดพอที่จะไม่ละทิ้งแก่นของตัวละครไป ความขัดแย้งภายในของคลาร์ก เคนท์ยังคงอยู่ ระหว่างความเป็นบุตรแห่งคริปตันผู้มีพลังเหนือมนุษย์ กับความเป็นเด็กชายจากแคนซัสที่เติบโตมากับความรักของพ่อแม่บุญธรรม ช่วงต้นของหนังวาดภาพโลกที่ซูเปอร์แมนกำลังเผชิญกับภัยคุกคามขนาดใหญ่ขณะเดียวกับที่ต้องรับมือกับโลกที่ไม่ได้ต้อนรับเขาอย่างเต็มใจเสมอไป ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดึงดูดใจโดยไม่ต้องพึ่งการเปิดเผยว่าเขาคือใครซ้ำอีกรอบ
เดวิด คอเรนสเว็ต คือการค้นพบที่น่าตื่นเต้นที่สุดของหนังเรื่องนี้ เขาไม่ได้พยายามแข่งกับเฮนรี คาวิลล์ หรือคริสโตเฟอร์ รีฟ แต่หยิบจับสิ่งที่ทำให้ซูเปอร์แมนเป็นซูเปอร์แมนมาถ่ายทอดใหม่ในแบบของตัวเอง นั่นคือความดีงามที่ไม่โอ้อวด ความแข็งแกร่งที่ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวตลอดเวลา และความอ่อนโยนที่ไม่ใช่จุดอ่อน เขาทำให้คลาร์ก เคนท์รู้สึกเป็นคนจริงมากกว่าที่เคยเห็นในจอมาหลายปี ขณะที่ราเชล บรอสนาฮานรับบทโลอิส เลนในเวอร์ชันที่คมกริบและมีน้ำหนักของตัวเอง ไม่ใช่แค่ตัวละครที่รอให้ใครมาช่วย
ในฝั่งของผู้ร้าย นิโคลัส เฮาลต์ในบทเล็กซ์ ลูเธอร์นำเสนอความชั่วร้ายที่มีเหตุผลและน่ากลัวในแบบที่ต่างออกไป ไม่ใช่วายร้ายบ้าคลั่งแต่เป็นคนฉลาดที่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองทำอย่างจริงจัง ซึ่งอาจน่าขนลุกกว่ามาก
ด้านฝีมือการกำกับ กันน์แสดงให้เห็นว่าเขาเข้าใจทั้งสเกลและจิตวิญญาณของตัวละครนี้ ฉากแอ็กชันมีพลังงานและความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่ได้อัดแน่นอยู่แค่ CGI ท่วมจอ แต่มีการออกแบบที่ทำให้รู้สึกถึงน้ำหนักและผลลัพธ์ของแต่ละการกระทำ ดนตรีประกอบเดินเคียงข้างเรื่องราวได้อย่างดี ไม่โอเวอร์ดราม่าจนเกินไป และการตัดต่อรักษาจังหวะได้สม่ำเสมอตลอด 130 นาที แม้จะมีบางจุดที่รู้สึกว่าบางเรื่องราวถูกบีบให้จบเร็วกว่าที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับตัวละครสนับสนุนอย่าง Edi Gathegi และนาธาน ฟิลเลียน ที่มีศักยภาพน่าสนใจแต่ยังไม่ได้รับพื้นที่เต็มที่ในภาคนี้
สิ่งที่กันน์ทำสำเร็จอย่างชัดเจนที่สุดคือการนำ "ความสนุก" และ "หัวใจ" กลับมาให้กับตัวละครที่ถูกทำให้หนักและมืดหม่นมาเป็นเวลานาน ซูเปอร์แมนในเวอร์ชันนี้ไม่ได้ทุกข์ทรมานกับตัวตนของตัวเองตลอดเวลาจนน่าเบื่อ แต่เผชิญกับมันอย่างตรงไปตรงมาและมองโลกในแง่ดีได้โดยไม่รู้สึกไร้เดียงสา
หนังเหมาะมากสำหรับแฟนซูเปอร์ฮีโร่ที่เบื่อหน่ายกับโทนมืดหม่นหนักอึ้ง และสำหรับคนที่ต้องการพาครอบครัวไปดูด้วยกันเพราะเรต G การันตีว่าไม่มีอะไรน่ากังวล เมื่อเทียบกับผลงานก่อนหน้าของกันน์อย่าง Guardians of the Galaxy ความรู้สึกใกล้เคียงกันมาก ทั้งในแง่ของอารมณ์ขัน ความอบอุ่น และการให้ความสำคัญกับตัวละครเหนือกว่าสเปเชียลเอฟเฟกต์ ถ้าคุณชอบสิ่งที่กันน์ทำกับกลุ่มผู้พิทักษ์กาแล็กซี่ มีโอกาสสูงมากที่จะรักสิ่งที่เขาทำกับบุรุษเหล็กเช่นกัน
จุดเด่น
เดวิด คอเรนสเว็ต รับบทได้สมบทบาทและมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง
เจมส์ กันน์ ฉีกแนวจากซูเปอร์แมนมืดหม่นยุคก่อน นำความสนุกและหัวใจกลับคืนมา
งานภาพและแอ็กชันจัดเต็มได้สเกลที่คู่ควรกับชื่อ Superman
จุดสังเกต
ความยาว 130 นาทีอาจรู้สึกเร่งในบางช่วงที่ควรได้ลึกกว่านี้
ตัวละครสนับสนุนบางตัวยังไม่มีพื้นที่เพียงพอให้แสดงศักยภาพ
ดูได้ที่ไหน
คำถามที่พบบ่อย
ซูเปอร์แมน 2025 เชื่อมกับจักรวาล DC เดิมของ Zack Snyder ไหม
ไม่เชื่อม ภาคนี้เป็นการรีบูตจักรวาล DC ใหม่ทั้งหมดในชื่อ DCU ภายใต้การดูแลของเจมส์ กันน์ โดยเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ตั้งแต่ต้น
เหมาะกับเด็กไหม เรตอายุเป็น G
เรต G หมายความว่าเข้าชมได้ทุกวัย เนื้อหาไม่มีความรุนแรงหรือเนื้อหาผู้ใหญ่ที่น่าเป็นห่วง เหมาะสำหรับครอบครัว
นักแสดงนำ
หนังที่คล้ายกัน