จูราสสิค เวิลด์: กำเนิดชีวิตใหม่

จูราสสิค เวิลด์: กำเนิดชีวิตใหม่

2025 · 134 นาที · G

6.3/10HBO MAX

รีวิว

มีหนังไม่กี่แฟรนไชส์ในโลกที่อยู่มาได้สามสิบกว่าปีแล้วยังดึงคนเข้าโรงได้ไม่ยากนัก และ Jurassic Park ก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่คำถามที่แฟนๆ ถามกันมาตลอดหลังจาก Dominion คือ แฟรนไชส์นี้ยังมีอะไรจะเล่าอีกไหม? Jurassic World Rebirth หรือ จูราสสิค เวิลด์: กำเนิดชีวิตใหม่ พยายามตอบคำถามนั้นด้วยการรีเซ็ตทิศทางครั้งใหญ่ ส่งไม้ต่อให้ผู้กำกับ Gareth Edwards ที่เคยพิสูจน์ฝีมือกับ Godzilla และ Rogue One มาแล้ว

โลกในหนังเรื่องนี้เดินมาถึงจุดที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ห้าปีหลังจากที่ไดโนเสาร์ถูกปล่อยออกมาสู่โลกมนุษย์ ปรากฏว่าธรรมชาติของโลกสมัยนี้ไม่ได้เป็นมิตรกับสัตว์จากยุคโบราณเหล่านั้นเลย เหล่าไดโนเสาร์ส่วนใหญ่ล้มตายหรือซบเซา เหลืออยู่ได้ก็แต่ในแถบเส้นศูนย์สูตรที่อุณหภูมิและความชื้นยังใกล้เคียงกับโลกในยุคที่พวกมันเป็นเจ้าของดินแดน เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อบริษัทยายักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งค้นพบว่าสัตว์ขนาดใหญ่สามชนิดที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าดิบชื้นแห่งนั้น มีสารพิเศษในร่างกายที่อาจเป็นกุญแจสู่การพัฒนายารักษาโรคที่มนุษยชาติต้องการอย่างเร่งด่วน ทีมปฏิบัติการจึงถูกส่งเข้าไปในดินแดนต้องห้ามนั้น โดยมี Zora Bennett ของ Scarlett Johansson เป็นหัวหน้าทีม ร่วมกับ Duncan ของ Mahershala Ali และ Dr. Henry Loomis ของ Jonathan Bailey ที่เข้าร่วมภารกิจในฐานะนักวิทยาศาสตร์ แน่นอนว่าสิ่งที่รอพวกเขาอยู่ในนั้นไม่ได้มีแค่ไดโนเสาร์สามตัวที่เป็นเป้าหมาย

Gareth Edwards ฉายแววที่ทำให้เขาโดดเด่นมาตลอดอาชีพนั่นคือความสามารถในการทำให้สิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์รู้สึกน่าเกรงขามอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ภาพ CGI ที่โบยบิน แต่คือความรู้สึกถึงน้ำหนัก ขนาด และอันตรายที่แฝงอยู่ในทุกฉาก เขาใช้มุมกล้องต่ำและการเปิดเผยข้อมูลแบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อสร้างความตึงเครียดก่อนที่ไดโนเสาร์จะปรากฏตัวเต็มๆ ซึ่งได้ผลดีมากในหลายฉาก งานภาพโดยรวมสวยและมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะฉากในป่าที่แสงแดดส่องลอดใบไม้ลงมาสร้างบรรยากาศได้อย่างงดงาม ดนตรีประกอบเดินตามขนบของแฟรนไชส์แต่แทรกความรู้สึกหนักๆ เข้ามาในจังหวะที่เหมาะสม ส่วนการตัดต่อนั้นทำงานได้ดีในช่วงครึ่งหลังมากกว่าช่วงแรกที่จังหวะค่อนข้างหนืด

ในแง่การแสดง Scarlett Johansson แบกหนังได้มั่นคง เธอเล่นเป็นตัวละครมืออาชีพที่ไม่ค่อยเปิดเผยอารมณ์ได้อย่างน่าเชื่อถือ และมีฉากที่ฉายให้เห็นความลึกของตัวละครได้บ้าง Mahershala Ali ในแบบที่คนดูคุ้นเคยคือความสงบนิ่งที่ซ่อนพลังงานเอาไว้ข้างใน เขาสร้างเคมีกับ Johansson ได้ดีพอสมควร ขณะที่ Jonathan Bailey สร้างความแตกต่างในกลุ่มด้วยพลังงานที่ขี้กังวลและเป็นมนุษย์มากกว่าใคร รู้สึกได้ว่านักแสดงทั้งหมดพยายามเติมชีวิตให้บทที่บางครั้งไม่ได้เขียนมาให้พวกเขาเต็มที่นัก

สำหรับใครที่เบื่อ Jurassic World สามภาคหลังที่รู้สึกเหมือนหนังวิ่งหนีไดโนเสาร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า Rebirth น่าจะเป็นลมหายใจใหม่ที่ต้องการ เพราะมันพยายามตั้งคำถามที่ใหญ่กว่าและมีเดิมพันที่ชัดเจนในแง่เนื้อเรื่อง อย่างไรก็ดี มันยังไม่ถึงระดับของ Jurassic Park ต้นฉบับหรือ The Lost World ที่มีความสมบูรณ์แบบในตัวเอง ถ้าเทียบกับผลงาน Edwards เอง Rebirth อยู่ระหว่าง Rogue One กับ Godzilla คือมีช่วงที่น่าตื่นเต้นจริงๆ แต่ก็มีช่วงที่รู้สึกว่าศักยภาพยังถูกใช้ได้ไม่เต็มที่

โดยรวมแล้ว จูราสสิค เวิลด์: กำเนิดชีวิตใหม่ เป็นหนังที่คุ้มค่ากับการดูในโรงสำหรับคนที่รักแฟรนไชส์นี้และอยากเห็นมันไปในทิศทางที่จริงจังขึ้น ความยาว 134 นาทีไม่ได้เบาสบายแต่ก็ไม่ถึงกับเหนื่อย Edwards วางรากฐานที่น่าสนใจไว้ให้ภาคต่อไปได้เดินหน้าต่อ และนั่นก็อาจเป็นคำชมที่ดีที่สุดที่จะบอกได้ในตอนนี้

จุดเด่น

บรรยากาศตึงเครียดและงานภาพที่อลังการในแบบฉบับ Gareth Edwards

นักแสดงระดับออสการ์ช่วยยกน้ำหนักให้ตัวละครน่าติดตาม

แนวทางเรื่องที่ปรับทิศทางใหม่จากภาคก่อนๆ ได้อย่างสดชื่น

จุดสังเกต

บทหนังบางช่วงพึ่งพาสูตรสำเร็จของแฟรนไชส์มากเกินไป

จังหวะครึ่งเรื่องแรกอาจช้าสำหรับคนที่คาดหวังแอ็คชั่นตลอด

ดูได้ที่ไหน

สมาชิกรายเดือนของแพลตฟอร์มนี้ดูได้ทันทีไปหน้า HBO MAX

คำถามที่พบบ่อย

จูราสสิค เวิลด์: กำเนิดชีวิตใหม่ ต้องดูภาคก่อนก่อนไหม

ไม่จำเป็นต้องดูครบทุกภาค แต่หากเคยดู Jurassic World Dominion จะเข้าใจบริบทโลกของเรื่องได้ดีขึ้น เพราะหนังอ้างอิงเหตุการณ์ห้าปีก่อนหน้า

เหมาะสำหรับเด็กไหม

ได้รับเรตอายุ G จึงเข้าได้ทุกวัย แต่มีฉากตึงเครียดและไดโนเสาร์โจมตีที่อาจทำให้เด็กเล็กตกใจได้

นักแสดงนำ

สการ์เลตต์ โจแฮนส์สันมาเฮอร์ชาลา อาลีโจนาธาน เบลีย์รูเพิร์ต เฟรนด์Manuel Garcia-RulfoLuna Blaise

หนังที่คล้ายกัน

ทอย สตอรี่ 5

ทอย สตอรี่ 5

ซูเปอร์เกิร์ล

ซูเปอร์เกิร์ล

วันเปิดโปง: ไขปริศนาลวงโลก

วันเปิดโปง: ไขปริศนาลวงโลก