รีวิว
มีหนังไม่กี่แบบที่ขายแค่ไอเดียเดียวแล้วสนุกได้หลายภาค นั่นคือเอาคนอันตรายที่สุดในโลกมาใส่ไว้ในสถานการณ์ครอบครัวธรรมดาที่สุด แล้วปล่อยให้ทุกอย่างระเบิด The Family Plan ภาคแรกพิสูจน์ว่าสูตรนี้ยังขายได้ และตอนนี้ภาค 2 กลับมาพร้อมฉากหลังที่เปลี่ยนจากความวุ่นวายในอเมริกาไปสู่ถนนคนเดินและตรอกซอกซอยของลอนดอน
แดน มอร์แกนในภาคนี้ไม่ใช่อดีตนักฆ่าที่ถูกสังคมไล่ล่าอีกต่อไป เขาพยายามใช้ชีวิตคนธรรมดาอย่างจริงจัง สิ่งที่เขาอยากได้ช่วงคริสต์มาสไม่ใช่ภารกิจ ไม่ใช่ปืน แต่คือการนั่งดูหนังอยู่กับลูกๆ โดยไม่มีใครต้องหนีหรือซ่อนอะไร แต่แผนเรียบง่ายก็พังตั้งแต่ต้น เมื่อเขาล่วงรู้ว่าลูกสาวมีแผนคริสต์มาสส่วนตัวของเธอเอง แดนเลยตัดสินใจเอาแบบที่พ่อทุกคนจะทำ คือจองตั๋วเที่ยวบินทั้งครอบครัวไปลอนดอนโดยไม่ถามใคร ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีอะไรในชีวิตของแดนที่จะง่ายแค่นั้น เพราะทริปที่หวังว่าจะได้รูปถ่ายหน้า Big Ben กลับกลายเป็นเรื่องที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก โดยที่ครอบครัวทั้งบ้านไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังเดินเข้าหาอันตราย
Simon Cellan Jones รับไม้ต่อในตำแหน่งผู้กำกับ และเลือกใช้ลอนดอนให้มากกว่าแค่ฉากหลังสวยๆ บรรยากาศของเมืองในช่วงคริสต์มาสถูกนำมาประกอบกับฉากแอ็กชันในแบบที่ขัดแย้งกันอย่างตั้งใจ ภาพตลาดคริสต์มาส ไฟประดับ และผู้คนในชุดหนาวกลายเป็นฉากหลังของการไล่ล่าที่สับสนวุ่นวาย ซึ่งนั่นคือ signature ของหนังแนวนี้ที่เล่นกับความตลกร้ายระหว่างสิ่งธรรมดากับสิ่งอันตราย จังหวะการตัดต่อโดยรวมทำงานได้ดีในช่วงบู๊ แต่มีบางช่วงกลางเรื่องที่อารมณ์หนังหย่อนลงเล็กน้อย ราวกับหนังกำลังเก็บแรงไว้ให้ปลาย
มาร์ก วาห์ลเบิร์กยังคงเป็นเหตุผลหลักที่คนดูจะนั่งดูหนังเรื่องนี้ เขาเล่นสไตล์ที่ถนัดคือแดนที่ดูหน้าตาย เก็บอารมณ์ แต่พอสถานการณ์บังคับก็เปลี่ยนโหมดได้ทันที ความตลกส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากบทพูดแต่มาจากปฏิกิริยาของเขาต่อทุกสิ่งรอบตัว Michelle Monaghan กลับมาในบทภรรยาที่รู้ความจริงของสามีแล้ว ซึ่งทำให้ไดนามิกระหว่างทั้งคู่เปลี่ยนไปจากภาคแรกอย่างน่าสนใจ ไม่ใช่แค่แม่บ้านที่ถูกทิ้งไว้ในความมืดอีกต่อไป แต่เธอรู้ เธอเห็น และเธอต้องตัดสินใจอยู่ตลอดเวลา
ไฮไลต์ที่หลายคนรอดูคือคิต แฮริงตัน ที่รับบทในฝั่งตรงข้ามกับวาห์ลเบิร์ก การจับคู่นี้น่าสนใจในแง่ที่แฮริงตันมีภาพลักษณ์ฮีโร่จาก Game of Thrones และการมาเล่นเป็นฝ่ายตรงข้ามในหนังแอ็กชันตลกทำให้เขาดูสดขึ้น มีพลังงานที่ต่างออกไป แม้ว่าตัวละครของเขาอาจไม่ได้รับการขยายความลึกมากนักในแง่ของบท แต่การที่เขาอยู่บนจอทำให้หนังดูมีน้ำหนักและระดับ threat ที่น่าเชื่อถือขึ้นมาได้
โซอี้ โคลเล็ตตีและ Van Crosby ในฐานะลูกๆ ยังคงทำหน้าที่เป็นเชื้อเพลิงของความวุ่นวายได้ดี ลูกสาวที่มีแผนของตัวเองกลายเป็นตัวขับเคลื่อนเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น และเป็นตัวละครที่ทำให้หนังไม่ได้วนอยู่กับแดนคนเดียว
ถ้าจะเปรียบกับภาคแรก The Family Plan 2 เป็นหนังที่รู้ว่าตัวเองคืออะไรและไม่ได้พยายามทำมากกว่านั้น มันไม่ได้พลิกสูตร ไม่ได้ลึกขึ้น แต่ก็ไม่ได้แย่ลง สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือสเกลของฉากและบรรยากาศของลอนดอนที่ให้ความสดใหม่ทางสายตา ถ้าชอบหนังแนว แอ็กชันตลกครอบครัว ในสไตล์ที่ไม่ต้องคิดหนัก ดูได้สบายใจช่วงคริสต์มาส คนที่ดูภาคแรกแล้วพอใจน่าจะได้อารมณ์เดิมกลับมา ส่วนคนที่ยังไม่เคยดูภาคแรกเลยอาจต้องไปทำการบ้านสักนิดเพื่อให้เข้าใจตัวละครและเรื่องราวได้เต็มที่ขึ้น
จุดเด่น
เคมีของนักแสดงทำงานได้ดี โดยเฉพาะไดนามิกในครอบครัว
ฉากบู๊ในลอนดอนมีสีสัน ให้บรรยากาศคริสต์มาสที่แปลกตา
คิต แฮริงตัน เพิ่มมิติน่าสนใจให้กับเรื่อง
จุดสังเกต
สูตรสำเร็จแนวหนังบู๊ตลกครอบครัวยังคงเดิมไม่ต่างจากภาคแรกมากนัก
บางช่วงจังหวะหนังหย่อนกว่าที่ควร
ดูได้ที่ไหน
คำถามที่พบบ่อย
The Family Plan 2 ต้องดูภาคแรกก่อนไหม
แนะนำให้ดูภาคแรกก่อนเพื่อเข้าใจพื้นหลังของตัวละครได้ดีขึ้น แต่ภาค 2 ก็ดูแบบสแตนด์อโลนได้พอสมควร
The Family Plan 2 ฉายที่ไหน
ข้อมูล ณ ตอนนี้กำหนดฉาย 11 พฤศจิกายน 2025 โปรดติดตามช่องทางฉายอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
นักแสดงนำ
หนังที่คล้ายกัน