มิตรภาพ ความหวัง ความรุนแรง

มิตรภาพ ความหวัง ความรุนแรง

1994 · 142 นาที · ไม่ระบุเรต

8.7/10NETFLIX

รีวิว

มีหนังไม่กี่เรื่องในโลกที่ยิ่งดูซ้ำยิ่งรู้สึกอะไรบางอย่างในอก และ The Shawshank Redemption หรือที่เราเรียกกันว่า "มิตรภาพ ความหวัง ความรุนแรง" คือหนึ่งในนั้น ออกฉายตั้งแต่ปี 1994 แต่จนถึงวันนี้ก็ยังครองอันดับต้นๆ ของหนังที่ได้รับการโหวตว่าดีที่สุดในหลายเว็บไซต์ทั่วโลก คำถามคือมันทำได้ยังไง ในเมื่อมันแค่เป็นหนังเกี่ยวกับชายคนหนึ่งในคุก

แอนดี้ ดูเฟรนส์คือผู้บริหารธนาคารที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆาตกรรมภรรยาและชายชู้ของเธอ โทษที่ได้รับคือจำคุกตลอดชีวิตสองสมัยติดต่อกันที่เรือนจำชอว์แชงค์ รัฐเมน หนังเปิดมาด้วยบรรยากาศที่เย็นชาและทึมตึง ราวกับว่าสีสันทั้งหมดในโลกถูกดูดออกไปพร้อมกับอิสรภาพของตัวละคร เราได้เห็นแอนดี้ก้าวเข้าสู่ระบบที่บดขยี้คนอย่างเป็นระบบ ทั้งความรุนแรงจากเพื่อนนักโทษและการกดขี่จากผู้คุมที่มองนักโทษเป็นเพียงเครื่องมือ เรื่องราวทั้งหมดถูกเล่าผ่านสายตาของเรด ผู้ต้องขังชราที่อยู่ในชอว์แชงค์มานานจนเรือนจำแห่งนี้กลายเป็นโลกทั้งใบของเขา เรดไม่รู้จะเรียกสิ่งที่แอนดี้มีว่าอะไร ความหน้าด้าน หรือความแน่วแน่ แต่มันดึงดูดเขาตั้งแต่วันแรกที่เห็น

Frank Darabont กำกับหนังเรื่องนี้ด้วยความอดทนที่หาได้ยากในหนังฮอลลีวูด เขาไม่รีบ ไม่บีบอารมณ์แบบฉาบฉวย แต่ค่อยๆ สะสมทุกอย่างไว้ใต้ผิวน้ำ จนกว่าจะถึงเวลาที่มันต้องระเบิดออกมา แต่ละฉากถูกออกแบบมาให้รู้สึกว่าเวลาในเรือนจำช่างยาวนานและหนักอึ้ง ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้ทุกช่วงเวลาของความสุขเล็กๆ น้อยๆ มีน้ำหนักมากขึ้นอีกหลายเท่า งานภาพของ Roger Deakins ผู้กำกับภาพระดับตำนาน เต็มไปด้วยแสงเงาที่เล่าเรื่องได้โดยไม่ต้องพูด กำแพงสูงของชอว์แชงค์ดูน่าสะพรึงในทุกมุมกล้อง แต่ในบางฉากที่หนังให้แสงแดดส่องลงมา มันกลับรู้สึกเหมือนได้หายใจเต็มปอด

Tim Robbins ในบท แอนดี้ แสดงด้วยความยับยั้งชั่งใจที่น่าทึ่ง เขาไม่เล่นใหญ่ ไม่ร้องไห้ให้คนเห็น แต่ทุกครั้งที่เขามองกำแพงเรือนจำ คุณรู้ว่ามีบางอย่างอยู่ข้างในนั้น ส่วน Morgan Freeman ในบทเรดคือหัวใจสำคัญของหนัง เสียงบรรยายของเขาไม่ใช่แค่เครื่องมือเล่าเรื่อง แต่มันคือจิตวิญญาณของหนังทั้งเรื่อง Freeman ส่งมอบความเหนื่อยล้าของคนที่อยู่กับความสิ้นหวังมานานจนชินชา ได้อย่างที่ไม่มีใครเทียบได้ ความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้ไม่ได้ถูกขีดเส้นใต้ว่า "นี่คือมิตรภาพ" แต่คุณรู้สึกได้เองว่ามันลึกแค่ไหน ดนตรีประกอบของ Thomas Newman เป็นตัวเสริมที่ฉลาดมาก มันไม่โอ้อวด แต่แทรกอยู่ในอารมณ์ทุกฉากได้พอดิบพอดี

สำหรับคนที่ดูหนังในแนวดรามาชีวิต และเคยผ่าน Schindler's List หรือ One Flew Over the Cuckoo's Nest มาแล้ว จะเข้าใจได้ทันทีว่า The Shawshank Redemption นั่งอยู่ในกลุ่มเดียวกับงานเหล่านั้น คือหนังที่ใช้สถานการณ์สุดขีดเพื่อพูดถึงธรรมชาติของมนุษย์ Darabont เองก็กลับมาทำงานกับผลงานของ Stephen King อีกครั้งในหนัง The Green Mile ซึ่งมีกลิ่นอายและน้ำเสียงคล้ายกันมาก แต่สำหรับหลายคน Shawshank ยังคงเป็นผลงานที่สมบูรณ์ที่สุดของเขา หนังเรื่องนี้เหมาะกับคนที่พร้อมจะนั่งอยู่กับความอึดอัดเป็นเวลาสองชั่วโมงกว่า เพราะสิ่งที่รออยู่ปลายทางนั้นคุ้มค่ากับทุกนาทีที่ลงทุนไป

จุดเด่น

บทหนังที่ลึกซึ้งและทรงพลัง สร้างสมดุลระหว่างความหดหู่กับความหวังได้อย่างน่าทึ่ง

การแสดงของ Tim Robbins และ Morgan Freeman ที่เข้าถึงจิตใจผู้ชมโดยไม่ต้องพึ่งบทพูดเยิ่นเย้อ

จังหวะการดำเนินเรื่องที่ค่อยๆ สะสมอารมณ์จนถึงจุดแตกหักได้อย่างสมบูรณ์แบบ

จุดสังเกต

ความยาว 142 นาทีอาจทำให้ผู้ชมที่ไม่คุ้นกับหนังจังหวะช้าเริ่มอึดอัดในช่วงกลางเรื่อง

บรรยากาศโดยรวมที่หนักและทึมอาจไม่เหมาะกับคนที่ต้องการหนังผ่อนคลาย

ดูได้ที่ไหน

สมาชิกรายเดือนของแพลตฟอร์มนี้ดูได้ทันทีไปหน้า NETFLIX

คำถามที่พบบ่อย

The Shawshank Redemption ดัดแปลงมาจากอะไร

ดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นของ Stephen King ชื่อ Rita Hayworth and Shawshank Redemption ตีพิมพ์ในปี 1982

หนังเรื่องนี้เหมาะกับคนดูอายุเท่าไหร่

เนื้อหามีความรุนแรงและภาษาหยาบในระดับหนึ่ง เหมาะกับผู้ชมวัยผู้ใหญ่หรือวัยรุ่นที่โตพอจะรับเนื้อหาได้

ทำไม The Shawshank Redemption ถึงได้รับการยกย่องว่าเป็นหนังที่ดีที่สุดตลอดกาล

เพราะหนังพูดถึงความหวังของมนุษย์ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ผ่านการเล่าเรื่องที่ประณีตและการแสดงที่ทรงพลัง ทำให้สัมผัสได้จริงทุกครั้งที่ดู ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีแล้ว

นักแสดงนำ

Tim Robbinsมอร์แกน ฟรีแมนบ็อบ กันตันWilliam Sadlerแคลนซี บราวน์Gil Bellows

หนังที่คล้ายกัน

คนเดือดระห่ำ

คนเดือดระห่ำ

เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ

เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ

บันทึกสุดท้ายของจอมโจร

บันทึกสุดท้ายของจอมโจร