รีวิว
มีซูเปอร์ฮีโร่ไม่กี่คนในโลกที่ถูกรีบูตซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยที่คนดูยังไม่รู้สึกเบื่อ และแบทแมนก็คือหนึ่งในนั้น แต่สิ่งที่ Matt Reeves ทำกับ The Batman ในปี 2022 ไม่ใช่แค่การรีบูตอีกครั้ง มันคือการถามคำถามใหม่ทั้งหมดว่า ถ้าเราลอกชุดเกราะออกหมด แล้วมองเข้าไปใน "คน" ที่อยู่ข้างใน เราจะเห็นอะไร
เรื่องเริ่มต้นในช่วงปีที่สองที่บรูซ เวย์น รับบทโดยโรเบิร์ต แพตตินสัน ออกลาดตระเวนท้องถนนก็อตแธมในร่างแบทแมน ยังไม่ถึงขั้นเป็นตำนาน ยังไม่ได้รับการยอมรับจากทุกคน และยังคงแบกรับความโกรธแค้นที่ยังไม่รู้จะระบายลงที่ไหน คืนหนึ่งการสืบสวนคดีฆาตกรรมนายกเทศมนตรีของเมืองพาเขาไปพบกับปริศนาชุดหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้ราวกับว่าฆาตกรรู้จักเขาเป็นการส่วนตัว ปริศนาเหล่านั้นไม่ได้แค่ท้าให้แก้ แต่เริ่มเปิดเผยความจริงที่เขาอาจไม่พร้อมรับ Riddler ในเวอร์ชันนี้ของพอล ดาโน ไม่ใช่ตัวร้ายแบบขำขันที่ถามปริศนาเพื่อความสนุก แต่คือเงามืดที่สะท้อนย้อนกลับมาจากสังคมที่เน่าเฟะ
Matt Reeves เลือกเล่าเรื่องนี้ในโทนของหนังนัวร์ยุค 70 ผสมกับหนังสืบสวนแบบ Zodiac มากกว่าจะเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ตามขนบ กล้องของ Greig Fraser เคลื่อนอย่างหนักและช้า บีบเข้าไปในมุมแคบของก็อตแธมที่ฝนตกไม่เคยหยุดและไฟถนนสีเหลืองอำพันส่องผ่านหมอก แทบทุกช็อตมีความตั้งใจทางองค์ประกอบภาพที่ชัดเจน จนรู้สึกได้ว่านี่คือหนังของผู้กำกับที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ไม่ใช่หนังที่ประกอบร่างขึ้นมาจากคณะกรรมการ
โรเบิร์ต แพตตินสันพิสูจน์ว่าเขาเลือกบทได้คมกว่าที่หลายคนคาด แบทแมนของเขาไม่ได้มาพร้อมวาทศิลป์หรือท่าทีผู้นำแบบ Ben Affleck หรือ Christian Bale เขาคือชายหนุ่มที่บาดแผลยังสด พูดน้อย มองโลกด้วยสายตาที่เหนื่อย และแสดงอารมณ์ผ่านร่างกายมากกว่าใบหน้า ซึ่งทำให้ทุกครั้งที่หน้ากากถูกถอดออกรู้สึกหนักขึ้นเป็นพิเศษ ด้านโซอี้ คราวิตซ์ในบทเซลินา ไคล์หรือแคทวูแมนนั้นเคมีกับแพตตินสันลงตัวแบบที่ไม่ต้องพยายาม และตัวละครของเธอมีแรงจูงใจที่เป็นเนื้อเป็นหนังกว่าเวอร์ชันก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด
แต่คนที่ขโมยซีนไปได้มากที่สุดต้องยกให้พอล ดาโน Riddler ในมือของเขาไม่ใช่ตัวตลกในชุดสีเขียว แต่คือคนที่ถูกระบบทอดทิ้งและหันมาตั้งคำถามกับสังคมในแบบที่รุนแรงและน่าสะพรึงกลัว การแสดงของดาโนเดินเส้นบางระหว่างความพิลึกและความน่าหวาดหวั่นได้อย่างพอดิบพอดี ส่วนโคลิน ฟาร์เรลในบทเพนกวินนั้นจำแทบไม่ได้เลยถ้าไม่รู้ล่วงหน้า เพราะแต่งหน้าทำผมจนกลายเป็นคนละคนโดยสิ้นเชิง
Michael Giacchino แต่งดนตรีประกอบที่ทรงพลังมาก โมทีฟหลักของแบทแมนในหนังเรื่องนี้ฟังแล้วรู้สึกได้ถึงความโศกเศร้าที่ซ่อนอยู่ใต้ความดุดัน ไม่ใช่แค่เพลงเพื่อปลุกใจอย่างที่หนังซูเปอร์ฮีโร่ทั่วไปมักใช้ มันเสริมให้อารมณ์หนังหนักขึ้นโดยที่ไม่โอ้อวด
ข้อควรระวังก็มีอยู่บ้าง ความยาว 178 นาทีไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะรับได้สบายๆ โดยเฉพาะในช่วงกลางเรื่องที่จังหวะเนิบลงอย่างชัดเจนก่อนจะปะทุขึ้นอีกครั้งในองก์สาม แต่ถ้าคุณเข้าใจว่าหนังตั้งใจจะไม่รีบ มันก็กลายเป็นการดื่มด่ำมากกว่าการรอคอย
The Batman เหมาะสำหรับคนที่อยากดูหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่รู้สึกเหมือนดูหนังจริงๆ ไม่ใช่แค่ตามเก็บแฟรนไชส์ ถ้าชอบ The Dark Knight ของ Christopher Nolan หรือหนังนัวร์อย่าง Se7en หรือ Zodiac มีโอกาสสูงมากที่จะถูกใจหนังเรื่องนี้ และสำหรับใครที่เคยตัดสินโรเบิร์ต แพตตินสันจากยุค Twilight ไปแล้ว นี่คือเวลาที่ดีที่สุดในการทบทวนความคิดนั้น
จุดเด่น
บรรยากาศและงานภาพมืดหม่นอึมครึมได้อารมณ์มาก
Robert Pattinson แสดงได้ลึกและน่าติดตาม
Paul Dano รับบท Riddler ได้น่าสะพรึงอย่างไม่คาดคิด
ดนตรีประกอบของ Michael Giacchino โดดเด่นและจดจำได้
จุดสังเกต
ความยาว 178 นาทีอาจหนักเกินไปสำหรับบางคน
จังหวะช่วงกลางเรื่องค่อนข้างเนิบช้า
ดูได้ที่ไหน
คำถามที่พบบ่อย
The Batman 2022 เหมาะกับเด็กไหม
แม้เรตอายุจะเป็น G แต่เนื้อหามีความรุนแรงและบรรยากาศหนักหน่วง ผู้ปกครองควรพิจารณาก่อนพาเด็กเล็กไปชม
The Batman 2022 อยู่ใน DC Extended Universe ไหม
ไม่ใช่ The Batman ของ Matt Reeves เป็นจักรวาลแยกต่างหาก ไม่เชื่อมกับ DCEU ของ Zack Snyder
นักแสดงนำ
หนังที่คล้ายกัน