โจ๊กเกอร์

โจ๊กเกอร์

2019 · 122 นาที · ไม่ระบุเรต

8.1/10NETFLIX▶ ดูเทรลเลอร์

รีวิว

มีคำถามหนึ่งที่คนทำหนังไม่ค่อยกล้าถามตรงๆ ว่าถ้าสังคมผลักคนคนหนึ่งออกไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในที่สุดเขาหยิบความโกลาหลขึ้นมาเป็นเกราะ เราในฐานะสังคมนั้นมีส่วนรับผิดชอบแค่ไหน Todd Phillips ผู้กำกับที่โลกรู้จักในฐานะคนทำหนังฮาแบบ The Hangover กลับเลือกตั้งคำถามนั้นด้วยหนังที่หนักหน่วงที่สุดในชีวิตการทำงานของเขา และผลลัพธ์คือหนึ่งในหนังที่น่าจดจำที่สุดของทศวรรษที่ผ่านมา

อาร์เธอร์ เฟล็ก คือตัวละครที่แทบทุกอย่างในชีวิตเขาพังทลายอยู่แล้วตั้งแต่ต้นเรื่อง เขาทำงานรับจ้างแต่งตัวเป็นตัวตลกในเมืองโกแธมที่กำลังจมอยู่กับความเหลื่อมล้ำและขยะที่เต็มถนน เขาอยู่กับแม่ที่ป่วย พกสมุดเล่มหนึ่งที่เขาเรียกว่าไดอารี่เพื่อจดเรื่องตลกที่ฝันอยากเป็นนักแสดงสแตนด์อัพคอมเมดี้ และเขาเป็นโรคที่ทำให้หัวเราะโดยไม่อาจควบคุมได้ในยามที่ตึงเครียด ชีวิตเขาคือชุดของความอับอายและการถูกมองข้ามซ้อนทับกันอยู่ตลอดเวลา ก่อนที่เหตุการณ์หนึ่งในรถไฟใต้ดินจะจุดชนวนที่เขากดทับเอาไว้นาน และทุกอย่างก็เริ่มเดินไปในทิศทางที่ไม่มีใครหยุดได้อีกแล้ว

สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ยืนอยู่เหนือหนังซูเปอร์วิลเลนทั่วไปอย่างสิ้นเชิงคือการที่ Todd Phillips เลือกเล่าเรื่องในแบบหนังชีวิตยุค 70s อย่าง Taxi Driver หรือ The King of Comedy ของ Martin Scorsese อย่างตั้งใจ กล้องของ Lawrence Sher นั้นติดอยู่กับใบหน้าของ Joaquin Phoenix แทบตลอดเวลา ทำให้ผู้ชมไม่มีทางหนีออกไปจากสายตาและกิริยาของอาร์เธอร์ได้เลย งานภาพมีโทนสีเหลืองซีดและเทาสกปรกที่ทำให้โกแธมรู้สึกเป็นเมืองจริงที่เน่าเฟะจากภายใน ไม่ใช่ฉากการ์ตูนที่ดูไกลตัว และดนตรีประกอบของ Hildur Guðnadóttir ที่ใช้เสียงเชลโลทำนองหนักและต่ำเป็นหลักนั้นแทบจะหายใจออกมาพร้อมกับความเจ็บปวดของตัวละครได้เลย

แต่ทั้งหมดที่ว่ามาจะไม่มีความหมายเลยถ้าไม่มี Joaquin Phoenix การแสดงของเขาในหนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เล่นเป็นตัวละครอีกต่อไป มันคือการสูญเสียตัวเองไปในตัวละครชนิดที่ทำให้ดูแล้วลืมไม่ลงว่าคนข้างหน้าคือนักแสดง เขาลดน้ำหนักลงมากกว่า 20 กิโลกรัมจนร่างกายกลายเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง ท่าเดินที่ทรุด การหัวเราะที่ฟังดูเจ็บปวดกว่าการร้องไห้ และฉากเต้นบนบันไดที่กลายเป็นหนึ่งในภาพจำที่ทรงพลังที่สุดในวงการหนังช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลมาจากการที่นักแสดงคนหนึ่งทุ่มเทจนไม่เหลืออะไรไว้ในตัวเองอีกแล้ว Robert De Niro ในบทพิธีกรรายการทอล์กโชว์ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีในฐานะตัวแทนของโลกที่อาร์เธอร์ไขว่คว้าและไม่เคยได้มาจับ

หนังไม่ได้พยายามทำให้ผู้ชมรักอาร์เธอร์หรือเข้าข้างสิ่งที่เขาทำ แต่มันบังคับให้เข้าใจว่ามีเส้นทางที่นำคนคนหนึ่งมาถึงจุดนั้นได้อย่างไร และนั่นคือความกล้าหาญที่แท้จริงของหนังเรื่องนี้ ในยุคที่ใครๆ ก็อยากเล่าเรื่องวายร้ายแบบเท่แต่ไม่สร้างความรู้สึกอึดอัด Joker เลือกเดินสวนทางและยืนยันว่ามันไม่ได้ทำหนังเพื่อให้คุณสบายใจ

สำหรับคนที่ชอบหนังแนว character study ที่หนักและลึก หรือแฟนของ Taxi Driver, Falling Down หรือ A Beautiful Mind หนังเรื่องนี้คือสิ่งที่ต้องดู ส่วนคนที่เข้าโรงด้วยความคาดหวังจะได้ดูหนังวายร้ายสนุกสนานแบบ comic book อาจต้องปรับใจไว้ก่อน เพราะ Joker ไม่ได้ต้องการเป็นหนัง DC มันต้องการเป็นกระจกที่ส่องให้เห็นว่าสังคมที่เราอยู่นั้นสร้างปีศาจของตัวเองขึ้นมาอย่างไร แล้วก็แกล้งทำเป็นตกใจเมื่อมันปรากฏตัว

จุดเด่น

การแสดงของ Joaquin Phoenix ระดับตำนาน ลึกและน่าหลอนอย่างหาตัวจับยาก

งานภาพและการกำกับที่สร้างบรรยากาศเมืองโกแธมได้อย่างทรงพลัง

เนื้อหาที่ตั้งคำถามกับสังคมได้อย่างคมคาย ดูจบแล้วยังค้างอยู่ในใจ

จุดสังเกต

จังหวะหนังช่วงกลางอาจหนักและชะลอตัวเกินไปสำหรับผู้ชมบางกลุ่ม

เนื้อหาซึมเศร้าและมืดหนักตลอดเรื่อง ไม่เหมาะกับทุกอารมณ์

ดูได้ที่ไหน

สมาชิกรายเดือนของแพลตฟอร์มนี้ดูได้ทันทีไปหน้า NETFLIX

คำถามที่พบบ่อย

Joker 2019 เหมาะกับแฟนหนัง DC ทั่วไปไหม

หนังเรื่องนี้แทบไม่มีองค์ประกอบซูเปอร์ฮีโร่แบบที่คุ้นเคย แต่เป็นหนังดราม่าจิตวิทยาที่หนักและลึกมาก เหมาะกับคนที่สนใจงานแนว character study มากกว่าแฟนหนัง action DC ทั่วไป

Joaquin Phoenix คว้ารางวัลอะไรจากหนังเรื่องนี้

เขาคว้ารางวัล Academy Award สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมในปี 2020 จากบทบาทนี้ รวมถึงรางวัล Golden Globe และรางวัลสำคัญอื่นอีกมากมาย

นักแสดงนำ

วาคีน ฟีนิกซ์โรเบิร์ต เดอ นิโรซาซี่ บีตซ์Frances ConroyBrett Cullenเช วิกัม

หนังที่คล้ายกัน

สาปรักคลั่งหลอน

สาปรักคลั่งหลอน

วันเปิดโปง: ไขปริศนาลวงโลก

วันเปิดโปง: ไขปริศนาลวงโลก

คนเดือดระห่ำ

คนเดือดระห่ำ