รีวิว
มีบทละครอยู่ไม่กี่เรื่องในประวัติศาสตร์วรรณกรรมที่ถูกนำไปดัดแปลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกือบทุกมุมถูกสำรวจไปหมดแล้ว แต่โจเอล โคเอนกลับพิสูจน์ว่าแม็กเบธของเชกสเปียร์ยังมีห้องที่ยังไม่เคยมีใครเปิดประตูเข้าไปอีก ด้วยการหยิบโศกนาฏกรรมคลาสสิกบทนี้มากำกับในแบบที่แทบไม่มีนักทำหนังคนไหนกล้าทำ นั่นคือการทำให้มันดูเหมือนฝันร้ายที่ถูกกักขังอยู่ในจอภาพยนตร์ขาวดำยุคเก่า
เรื่องเริ่มต้นในบรรยากาศหลังสงครามชนะ แม็กเบธ แม่ทัพผู้ได้รับชัยชนะกลับมาพร้อมกับคำทำนายจากแม่มดสามตนที่พบเจอบนทุ่งกว้างท่ามกลางหมอกหนา คำทำนายเหล่านั้นบอกว่าเขาจะได้เป็นกษัตริย์ และนั่นคือจุดที่ความทะเยอทะยานเริ่มลุกไหม้ขึ้นในใจของชายคนหนึ่งที่น่าจะมีทุกสิ่งอยู่แล้ว โคเอนนำเสนอฉากเปิดเรื่องเหล่านี้ด้วยภาษาภาพที่กระชับและเย็นชา ฉากที่แม่มดปรากฎตัวนั้นดูเหมือนหลุดออกมาจากนิยายกอธิคมากกว่าบทละครบนเวที มันน่าหลอนในแบบที่ไม่ต้องพึ่งเอฟเฟกต์ราคาแพงแม้แต่น้อย
สิ่งที่ทำให้เวอร์ชันนี้แตกต่างออกไปอย่างชัดเจนที่สุดคือการตัดสินใจทางสุนทรียะของโคเอน เขาเลือกถ่ายทำในฟอร์แมต 4:3 ด้วยภาพขาวดำที่ผู้กำกับภาพ บรูโน เดลบอนเนล ออกแบบมาให้อ้างอิงหนังยุค 1940 อย่างชัดเจน ทั้งการใช้เงาคมชัดและแสงที่แหลมคมจากทิศทางเดียว ฉากที่ถ่ายในปราสาทดูเหมือนหลุดออกมาจากหนังของออร์สัน เวลส์ยุคต้น บรรยากาศอึดอัดและปิดทึบได้โดยไม่ต้องบอกผ่านบทสนทนา งานภาพชุดนี้คือหนึ่งในงานออกแบบภาพยนตร์ที่งดงามที่สุดที่เห็นในรอบหลายปี
การแสดงของเดนเซล วอชิงตันในบทแม็กเบธนั้นน่าจับตามาก เขาไม่ได้แสดงแบบที่เราเคยเห็นในการตีความแม็กเบธแบบทั่วไปที่มักเน้นความดุดันและก้าวร้าวตั้งแต่ต้น วอชิงตันเลือกเล่นให้แม็กเบธดูเหนื่อย เหนื่อยจากสงคราม เหนื่อยจากอายุ และเหนื่อยจากการแบกรับความคาดหวัง ก่อนที่ความโลภและความกลัวจะค่อยๆ กัดกินเขาจากข้างใน มันทำให้การล่มสลายของตัวละครรู้สึกสมจริงกว่าที่เคยเห็นมา ขณะที่ฟรานเซส แม็คดอร์มานด์รับบทเลดี้แม็กเบธด้วยความเย็นชาที่แฝงไว้ด้วยความหวาดกลัวบางอย่างในลึกๆ เธอไม่ได้เล่นให้เลดี้แม็กเบธดูเป็นผู้ร้ายชัดเจน แต่เป็นคนที่เชื่อว่าตัวเองควบคุมทุกอย่างได้ จนกระทั่งทุกอย่างพิสูจน์ว่าเธอคิดผิด
โคเอนกำกับด้วยจังหวะที่ไม่รีบร้อน เขาให้เวลาฉากเงียบๆ หายใจได้เต็มปอด การตัดต่อของลูซี่ ดไวท์ทำงานร่วมกับดนตรีประกอบของคาร์เตอร์ เบอร์เวลล์ได้อย่างลงตัว เพลงประกอบนั้นมีลักษณะที่คล้ายเสียงรบกวนทางจิตมากกว่าเพลงประกอบภาพยนตร์ทั่วไป มันไม่ได้บอกให้คุณรู้สึกอย่างไร แต่สร้างความไม่สบายใจให้ค่อยๆ สะสมอยู่ใต้ผิวหนัง
สิ่งที่ต้องพูดถึงด้วยความตรงไปตรงมาคือหนังเรื่องนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทุกคน จังหวะเนิบช้าและบทสนทนาภาษาอังกฤษโบราณตามต้นฉบับเชกสเปียร์ต้องการสมาธิและความอดทน ผู้ชมที่ไม่คุ้นเคยกับงานเวทีหรือวรรณคดีประเภทนี้อาจรู้สึกห่างเหินจากเนื้อเรื่องได้ไม่ยาก แต่สำหรับคนที่พร้อมจะปล่อยตัวเองไปกับมัน ประสบการณ์ที่ได้รับนั้นหนักแน่นและน่าประทับใจ
เมื่อเทียบกับการดัดแปลงแม็กเบธเวอร์ชันอื่น ไม่ว่าจะเป็นของโรมัน โปลันสกีปี 1971 หรือเวอร์ชันของจัสติน เคิร์เซล ในปี 2015 เวอร์ชันของโคเอนเลือกเดินในทิศทางที่เป็นส่วนตัวที่สุด มันไม่ได้อยากเป็นมหากาพย์หรือหนังแอ็กชันยุคกลาง แต่เป็นบทกวีภาพที่ถามว่าเมื่อมนุษย์เลือกที่จะทำลายตัวเองเพื่อสิ่งที่ต้องการ พวกเขารู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่ และสำหรับโจเอล โคเอนที่กำกับเดี่ยวโดยไม่มีอีธาน น้องชายร่วมทีมเป็นครั้งแรก ผลลัพธ์ที่ออกมาพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้ต้องการใครมาช่วยแบกน้ำหนักเรื่องนี้แต่อย่างใด
จุดเด่น
งานภาพขาวดำสุดงดงามที่อ้างอิงสุนทรียะภาพยนตร์คลาสสิก
การแสดงของเดนเซล วอชิงตันและฟรานเซส แม็คดอร์มานด์ทรงพลังมาก
การกำกับที่กล้าตีความใหม่โดยไม่ทำลายแก่นของบทประพันธ์ต้นฉบับ
จุดสังเกต
จังหวะเนิบช้าอาจทำให้ผู้ชมที่ไม่คุ้นเชกสเปียร์ตามได้ยาก
บทสนทนาภาษาอังกฤษโบราณต้องการสมาธิสูง
ดูได้ที่ไหน
คำถามที่พบบ่อย
The Tragedy of Macbeth ต่างจากการดัดแปลงแม็กเบธเวอร์ชันอื่นอย่างไร
โจเอล โคเอนเลือกใช้ภาพขาวดำและสุนทรียะแบบหนังยุค 1940-1950 ผสมกับงานเวทีทดลอง ทำให้บรรยากาศเหมือนฝันร้ายที่ถูกกักขังอยู่ในกรอบภาพมากกว่าเป็นมหากาพย์ประวัติศาสตร์ตามแบบฉบับทั่วไป
ต้องรู้จักบทละครต้นฉบับก่อนดูไหม
ไม่จำเป็นต้องรู้ละเอียด แต่หากพอทราบเค้าโครงเรื่องของแม็กเบธมาก่อนจะช่วยให้เพลิดเพลินกับการตีความของโคเอนได้มากขึ้น
นักแสดงนำ
หนังที่คล้ายกัน