รีวิว
มีหนังฟอร์มใหญ่ไม่กี่เรื่องที่ภาคต่อสามารถทำสิ่งที่ยากที่สุดได้สำเร็จ นั่นคือการไม่เพียงแค่ทำซ้ำสูตรเดิม แต่กล้าบิดทิศทางอารมณ์ของซีรีส์ทั้งหมดให้เข้มขึ้น หนักขึ้น และน่าหวาดหวั่นขึ้นอย่างตั้งใจ ภาคที่สองของการผจญภัยในโลกเวทมนตร์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ คือตัวอย่างที่ดีของสิ่งนั้น
ปีการศึกษาที่สองของแฮร์รี่ที่ฮอกวอร์ตส์เริ่มต้นก่อนจะข้ามธรณีประตูโรงเรียนด้วยซ้ำ เมื่อสิ่งมีชีวิตปริศนาตัวหนึ่งบุกเข้ามาในชีวิตของเขาพร้อมคำเตือนว่าอย่ากลับไปโรงเรียน ภูติประจำบ้านนามว่าดอบบี้ปรากฏตัวขึ้นอย่างหักมุมและตลกร้ายในเวลาเดียวกัน การกลับมาสู่รั้วฮอกวอร์ตส์ครั้งนี้จึงไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างครั้งแรก หากแต่มีเงาของสิ่งไม่ดีซุกซ่อนอยู่ตั้งแต่ต้น เมื่อนักเรียนและสัตว์เริ่มถูกทำให้กลายเป็นหิน พร้อมข้อความปริศนาที่เขียนด้วยเลือดว่าห้องแห่งความลับถูกเปิดแล้ว ความกลัวก็แผ่ซ่านไปทั่วทั้งโรงเรียน
คริส โคลัมบัสในฐานะผู้กำกับรู้ดีว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ เขาดึงเอาองค์ประกอบแบบหนังสยองขวัญแท้ๆ เข้ามาผสมในหนังแฟนตาซีสำหรับครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศของทางเดินที่มืดและโล่งจนน่าหนาวสะพรึง แสงที่ใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสร้างความลึกลับ หรือการออกแบบสิ่งมีชีวิตที่ทำให้คนดูไม่อยากเจอในที่มืด งานภาพในภาคนี้มีความหนักแน่นและจริงจังกว่าภาคแรกมาก สตูดิโอเลือกพัฒนาโทนภาพให้เข้มและลึกขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเนื้อหาที่เริ่มแตะประเด็นเกี่ยวกับอคติทางสายเลือดและความกลัวในสิ่งที่แตกต่าง ดนตรีประกอบของจอห์น วิลเลียมส์ยังคงทรงพลังและจดจำได้ โดยเฉพาะการนำธีมหลักมาบิดให้ฟังดูน่าหวั่นเกรงมากขึ้นในฉากสำคัญ
สิ่งที่ทำให้ภาคนี้โดดเด่นเป็นพิเศษคือการมาถึงของเคนเนธ บรานาห์ ในบทครูสอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่ กิลดอรอย ล็อคฮาร์ต นักแสดงระดับตำนานผู้นี้เล่นบทตัวละครที่ดูเผินๆ เหมือนตลกเบาๆ แต่จริงๆ แล้วซับซ้อนและน่าขนลุกในแบบที่ต่างออกไป บรานาห์ถ่ายทอดความหลงตัวเองอย่างสุดขีดได้อย่างน่าขำแต่ก็น่ากังขาพร้อมกัน เป็นการแสดงที่สนุกจนแทบจะขโมยซีนทุกฉากที่ปรากฏ ขณะที่สามนักแสดงเด็กหลักก็เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน แดเนียล แรดคลิฟฟ์เริ่มถ่ายทอดความกดดันภายในของแฮร์รี่ได้ดีขึ้น ส่วนรูเพิร์ต กรินท์ในบทรอนยังคงเป็นขวัญใจของคนดูด้วยจังหวะตลกตามธรรมชาติ โทบี โจนส์ที่ให้เสียงดอบบี้ก็ทำให้ตัวละครซีจีไอตัวนี้มีชีวิตและความรู้สึกอย่างน่าประหลาดใจ
ในด้านจังหวะการตัดต่อ หนังยาว 161 นาทีถือว่าหนักพอสมควรสำหรับหนังแฟนตาซี บางช่วงกลางเรื่องที่ต้องปูรากฐานของปริศนาหลายชั้นพร้อมกันทำให้จังหวะสะดุด แต่เมื่อเรื่องเข้าสู่ช่วงปลายและเฉลยเงื่อนปมในห้องแห่งความลับ ความยาวที่สะสมมาก็กลับรู้สึกคุ้มค่า ฉากไคลแม็กซ์ถือเป็นหนึ่งในฉากที่ตื่นเต้นและสวยงามที่สุดของซีรีส์ทั้งหมดในช่วงยุคแรก
สำหรับใครที่ดูภาคแรกแล้วรู้สึกว่ามันยังเบาและสดใสเกินไปสำหรับรสนิยม ภาคนี้คือคำตอบ มันเหมาะกับทั้งผู้ใหญ่ที่อยากดูหนังแฟนตาซีที่มีน้ำหนัก และเด็กโตที่พร้อมรับกับความมืดและปริศนาที่ซับซ้อนขึ้น หากเทียบกับภาคแรกที่เน้นความอัศจรรย์และการค้นพบโลกใหม่ ภาคนี้เดินหน้าเข้าสู่ดินแดนของการตั้งคำถามเกี่ยวกับอัตลักษณ์และความกล้าหาญในแบบที่ลึกซึ้งกว่า และนั่นคือสัญญาณแรกที่บอกว่าซีรีส์นี้กำลังจะกลายเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าหนังสำหรับเด็กธรรมดาๆ
จุดเด่น
บรรยากาศมืดและน่าขนลุกที่เข้มข้นกว่าภาคแรกอย่างเห็นได้ชัด
เคนเนธ บรานาห์ รับบทกิลดอรอย ล็อคฮาร์ตได้อย่างสนุกและน่าจดจำมาก
งานสร้างและเอฟเฟกต์ที่อลังการ โดยเฉพาะฉากในห้องแห่งความลับ
จุดสังเกต
ความยาว 161 นาทีรู้สึกเยิ่นเย้อในบางช่วงกลางเรื่อง
จังหวะการเล่าเรื่องไม่สม่ำเสมอ บางฉากรีบเร่งเกินไป
ดูได้ที่ไหน
คำถามที่พบบ่อย
แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ห้องแห่งความลับ เหมาะกับเด็กอายุเท่าไหร่
หนังได้เรตอายุ PG แต่มีฉากที่น่ากลัวและบรรยากาศมืดกว่าภาคแรกพอสมควร เหมาะสำหรับเด็กอายุ 8 ปีขึ้นไป โดยมีผู้ปกครองดูด้วยสำหรับเด็กเล็ก
ต้องดูภาคแรกก่อนไหม
แนะนำให้ดูภาคแรกก่อนเพื่อความเข้าใจตัวละครและโลกของฮอกวอร์ตส์ แต่หนังก็มีการปูพื้นฐานไว้พอให้ดูเดี่ยวได้
นักแสดงนำ
หนังที่คล้ายกัน