รีวิว
มีหนังไม่กี่เรื่องในโลกที่กล้าสร้างจากความรักล้วนๆ โดยไม่แคร์ว่าคนอื่นจะมองว่าเด็กหรือไม่ "แปซิฟิค ริม สงครามอสูรเหล็ก" คือหนึ่งในนั้น กิเยร์โม เดล โตโร ผู้กำกับชาวเม็กซิกันที่โลกรู้จักจากหนังที่มีจินตนาการล้นเหลืออย่าง Pan's Labyrinth และ Hellboy เลือกที่จะทุ่มเทงบประมาณกว่า 190 ล้านเหรียญเพื่อทำสิ่งที่เขารักมาตลอดชีวิต นั่นคือการพาหุ่นยนต์ยักษ์กับสัตว์ประหลาดยักษ์มาชนกันบนจอใหญ่ในแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในฮอลลีวูด
โลกในหนังเรื่องนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากจุดที่ทุกอย่างยังดีอยู่ แต่เปิดฉากมาด้วยสงครามที่ดำเนินมายาวนานจนผู้คนชินชาแล้วกับการมีอยู่ของสัตว์ประหลาดที่เรียกกันว่า "ไคจู" สิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่โผล่ขึ้นมาจากรอยแยกใต้มหาสมุทรแปซิฟิก และกวาดล้างเมืองชายฝั่งไปทีละแห่ง มนุษยชาติตอบโต้ด้วยการสร้างหุ่นยนต์ยักษ์ที่เรียกว่า "เยเกอร์" ซึ่งต้องใช้นักบินสองคนทำงานประสานจิตกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ไคจูรุ่นใหม่ก็แกร่งขึ้นเรื่อยๆ จนโครงการเยเกอร์ถูกมองว่าล้าสมัยและใกล้จะถูกยกเลิก เรื่องราวของเราเริ่มต้นที่จุดนี้พอดี จุดที่มนุษยชาติกำลังจะแพ้ และคนที่เคยถูกตัดออกจากระบบก็ต้องกลับมาเป็นความหวังสุดท้ายอีกครั้ง
ในแง่ของการกำกับ เดล โตโรทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดกับหนังแนวนี้ เขาไม่ได้แค่ถ่ายหุ่นชนสัตว์ประหลาดแบบส่งๆ แต่ใส่ใจในการออกแบบทุกรายละเอียดอย่างที่เห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเยเกอร์แต่ละตัวที่มีบุคลิกสะท้อนชาติที่สร้างมัน หรือไคจูที่แต่ละตัวมีรูปร่างและพฤติกรรมเฉพาะตัวราวกับสิ่งมีชีวิตจริงๆ ไม่ใช่แค่ "สัตว์ประหลาดทั่วไป" ฉากต่อสู้ส่วนใหญ่ถ่ายในยามค่ำคืนและกลางพายุ ซึ่งหลายคนวิจารณ์ว่ามองยากเกินไป แต่หากมองในแง่ความตั้งใจ มันสร้างบรรยากาศของสงครามที่มืดหม่นและหนักหน่วงได้จริง
งานภาพถือเป็นจุดเด่นที่สุดของหนังเรื่องนี้อย่างไม่ต้องสงสัย Guillermo Navarro ผู้กำกับภาพซึ่งร่วมงานกับเดล โตโรมาหลายเรื่อง สร้างเฟรมที่มีน้ำหนักและขนาดได้อย่างน่าประทับใจ เมื่อเยเกอร์ก้าวออกมาจากน้ำ คุณรู้สึกได้ถึงน้ำหนักของมันจริงๆ ดนตรีประกอบโดย Ramin Djawadi ผู้ที่ต่อมาเป็นที่รู้จักจาก Game of Thrones ทำงานได้ดีในการโหมกระหน่ำความรู้สึกยิ่งใหญ่ในฉากสำคัญ โดยเฉพาะธีมหลักที่จดจำได้ง่ายและสร้างพลังงานได้อย่างเต็มเปี่ยม
ด้านการแสดงต้องพูดตรงๆ ว่าไม่ใช่จุดเด่นของเรื่อง ชาร์ลี ฮันแนมรับบทเป็นอดีตนักบินที่แบกรอยบาดแผลในอดีต ทำออกมาได้พอใช้แต่ไม่ได้โดดเด่น ขณะที่ริงโกะ คิกูจิให้ความรู้สึกที่ดีกว่าในการแสดงซับซ้อนทางอารมณ์ ผู้ที่ดึงหนังให้ดูมีน้ำหนักมากที่สุดคืออิดริส เอลบา ในบทผู้บัญชาการที่มีเพียงไม่กี่ฉากแต่ทุกฉากที่เขาอยู่บนจอ คุณรู้สึกถึงพลังผู้นำได้โดยไม่ต้องอธิบาย ส่วนคู่หูนักวิทยาศาสตร์ที่รับบทโดย Charlie Day และ Burn Gorman เพิ่มสีสันและช่วงหายใจตลกๆ ได้ดีในทางที่ไม่ทำลายบรรยากาศหนัก
สำหรับใครที่คาดหวังหนังที่ขุดลึกเรื่องมนุษย์สัมพันธ์หรือบทพูดที่จำได้ตลอดกาล อาจรู้สึกว่าพล็อตตรงเกินไปและตัวละครขาดมิติ แต่สำหรับคนที่โตมากับ Gundam, Evangelion หรือหนัง Kaiju ยุคคลาสสิกของโตโฮ หนังเรื่องนี้คือจดหมายรักจากผู้กำกับที่เข้าใจรากเหง้าของแนวนี้อย่างถ่องแท้ เทียบกับหนัง monster blockbuster รุ่นเดียวกัน Pacific Rim มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนกว่า Transformers ในทุกมิติ ทั้งด้านความตั้งใจและการควบคุมโทนของเรื่อง
หากคุณอยากดูหนังที่ทำด้วยหัวใจของคนรักหนังสัตว์ประหลาดและหุ่นยนต์จริงๆ ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ไลน์แอ็กชัน Pacific Rim คือคำตอบที่หาได้ไม่บ่อยนักในฮอลลีวูด
จุดเด่น
งานภาพและการออกแบบสัตว์ประหลาดรวมถึงหุ่นยนต์ยักษ์ที่ยิ่งใหญ่และมีเอกลักษณ์
กิเยร์โม เดล โตโร ใส่ความรักต่อวัฒนธรรมป๊อปญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจนและจริงใจ
ฉากแอ็กชันสเกลใหญ่ที่สนุกและตื่นตาตื่นใจ
จุดสังเกต
ตัวละครหลักและการพัฒนาอารมณ์ค่อนข้างแบนและคาดเดาได้
บทพูดบางส่วนฟังดูซ้ำซากและขาดความลึก
ดูได้ที่ไหน
คำถามที่พบบ่อย
Pacific Rim เหมาะกับเด็กหรือไม่
หนังได้รับเรต PG-13 มีฉากความรุนแรงแบบหนังแอ็กชัน ไม่มีเนื้อหาผู้ใหญ่โดยตรง เหมาะสำหรับวัยรุ่นขึ้นไปรับชมร่วมกับครอบครัวได้
Pacific Rim มีภาคต่อหรือไม่
มีภาคต่อคือ Pacific Rim Uprising ฉายในปี 2018 กำกับโดย Steven S. DeKnight โดยไม่มีเดล โตโรกลับมากำกับ
นักแสดงนำ
หนังที่คล้ายกัน