รีวิว
ถ้าจะพูดถึงเพลงที่ผูกพันกับเทศกาลคริสต์มาสมากที่สุดเพลงหนึ่งในโลก "All I Want for Christmas Is You" คงหนีไม่พ้น และแน่นอนว่าชื่อของมารายห์ แครี กับคริสต์มาสนั้นแทบจะแยกกันไม่ออกมาหลายทศวรรษแล้ว ดังนั้นเมื่อ Apple TV+ ดึงตัวเธอมาทำสเปเชียลสำหรับเทศกาลโดยเฉพาะในปี 2020 คนดูส่วนใหญ่จึงรู้อยู่แล้วว่าจะได้อะไร แต่คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ มันส่งมอบสิ่งนั้นได้ดีแค่ไหน
จุดตั้งต้นของโชว์ไม่ได้ซับซ้อนอะไร บรรดาเอลฟ์ที่ขั้วโลกเหนือต้องเผชิญกับวิกฤต ความสุขในหมู่มนุษย์กำลังขาดแคลน และซานต้าก็ตัดสินใจว่าจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากคนที่เขาไว้ใจที่สุด นั่นคือเพื่อนเก่าแก่อย่างมารายห์ แครี นั่นเอง เรื่องราวกรอบนี้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างซีนต่าง ๆ มากกว่าจะเป็นเนื้อเรื่องที่ต้องติดตาม แต่ก็เพียงพอให้โชว์ไหลไปได้อย่างมีทิศทาง ไม่ได้รู้สึกเหมือนดูรายการวาไรตี้ที่ตัดมาต่อกันแบบสุ่ม
ในแง่ของการกำกับ ผู้กำกับอย่างฮาร์มิช แฮมิลตัน ซึ่งเคยทำงานกำกับรายการถ่ายทอดสดขนาดใหญ่มาหลายชิ้น รวมถึงซูเปอร์โบว์ล ฮาล์ฟไทม์โชว์หลายครั้ง รู้ดีว่าจะจัดเฟรมและออกแบบช็อตอย่างไรให้โชว์ดูยิ่งใหญ่แม้จะอยู่บนสตรีมมิ่ง งานภาพของสเปเชียลนี้ฉูดฉาดและอลังการมาก แสงไฟสีทองและสีแดงที่กระจายอยู่ทั่วทุกฉากทำให้รู้สึกอบอุ่นและเคลิ้มตามไปกับบรรยากาศคริสต์มาสได้จริง ฉากเวทีหลายฉากได้รับการออกแบบมาอย่างประณีต มีการใช้ CGI เสริมบ้างในฉากโลกของเอลฟ์ ซึ่งแม้จะไม่ได้ดูสมจริงในระดับภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ แต่ก็ยังคงรักษาโทนของความเป็นเทพนิยายที่อยากได้ไว้ได้
ตัวมารายห์ แครีเองยังคงเป็นจุดดึงดูดหลักของโชว์อย่างไม่ต้องสงสัย เสียงของเธอยังคงมีพลังและความเป็นเอกลักษณ์ที่จำได้ทันที การแสดงสดบนเวทีแต่ละครั้งเต็มไปด้วยความมั่นใจและเสน่ห์ที่สั่งสมมาหลายสิบปี และเมื่อถึงเพลงที่ทุกคนรอคอย บรรยากาศก็พุ่งสูงขึ้นอย่างที่คาดไว้ นอกจากมารายห์แล้ว การมีสนูป ด็อกก์ร่วมโชว์ด้วยเป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่ทำให้โชว์ไม่ได้รู้สึกเป็นแค่คอนเสิร์ตคริสต์มาสทั่วไป เพราะพลังตลกและบุคลิกที่ตรงข้ามกับมารายห์โดยสิ้นเชิงของเขากลับสร้างเคมีที่น่ารักและขำได้โดยไม่ฝืน ส่วนมิสตี้ โคปแลนด์ นักบัลเลต์ชื่อดัง ก็นำเสนอการแสดงที่งดงามแตกต่างออกไปจากส่วนอื่น ๆ ช่วยเพิ่มมิติให้กับโชว์ได้ดี และที่น่ารักที่สุดคือการปรากฏตัวของมอนโรและโมร็อกกัน ลูกแฝดของมารายห์ที่ทำให้รู้สึกว่าโชว์นี้มาจากหัวใจจริง ๆ ไม่ใช่แค่โปรเจกต์เชิงพาณิชย์ล้วน ๆ
ดนตรีประกอบและการเรียบเรียงเพลงในโชว์นี้เป็นส่วนที่ทำได้ดีมาก มีทั้งเพลงคลาสสิกของคริสต์มาสที่คุ้นเคยและเพลงต้นฉบับของมารายห์ที่ถูกนำมาตีความใหม่ในแบบที่สดกว่าเดิม จังหวะการตัดต่อโดยรวมก็ลื่นไหล ไม่รู้สึกสะดุดมากนัก แม้จะมีช่วงเปลี่ยนฉากบางครั้งที่รู้สึกว่ากรอบเรื่องของเอลฟ์บาง เกินไปจนไม่สามารถรั้งอารมณ์คนดูไว้ได้นาน
ข้อจำกัดที่ต้องพูดถึงตรง ๆ คือเนื้อเรื่องที่เป็นโครงรับรองโชว์นั้นไม่ได้ลึกหรือน่าติดตามอย่างแท้จริง ใครที่หวังว่าจะได้ดูหนังคริสต์มาสที่มีเนื้อหาจริงจังคงผิดหวัง แต่ถ้าตั้งความคาดหวังไว้ว่านี่คือมิวสิก้อลวาไรตี้เทศกาลที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความสุขเบา ๆ ให้ทั้งครอบครัว โชว์นี้ก็ทำหน้าที่ได้ครบถ้วน
สำหรับใครที่ติดตามสเปเชียลคริสต์มาสสไตล์นี้มาตลอด เช่น The Holiday Show ของ Michael Bublé หรือสเปเชียลเก่า ๆ ของ Frank Sinatra โชว์ของมารายห์อยู่ในระดับที่สูสีกัน โดยมีจุดเด่นที่ความอลังการของการโปรดักชันสมัยใหม่และการเลือกดาราร่วมที่หลากหลายกว่า ขณะที่บางคนอาจมองว่ารูปแบบนี้ค่อนข้างปลอดภัยเกินไปเมื่อเทียบกับสเปเชียลที่กล้าทดลองมากกว่า
โดยสรุปแล้ว Mariah Carey's Magical Christmas Special เหมาะสำหรับคนที่อยากมีอะไรเปิดในคืนคริสต์มาสกับครอบครัว ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องตามเนื้อเรื่องซับซ้อน แค่อยากรู้สึกอุ่น ๆ และได้ฟังเสียงที่ดีที่สุดเสียงหนึ่งของโลกร้องเพลงที่ทุกคนรู้จักในบรรยากาศที่ตั้งใจทำมาให้สวยงามที่สุด ก็เพียงพอแล้ว
จุดเด่น
บรรยากาศคริสต์มาสอบอุ่นจัดเต็ม ดูแล้วเคลิ้มได้ทันที
การแสดงสดของมารายห์ แครี ยังคงเสน่ห์และพลังเสียงที่น่าประทับใจ
ดารารับเชิญหลากหลายช่วยเพิ่มสีสันและความบันเทิงได้ดี
จุดสังเกต
เนื้อเรื่องที่เป็นกรอบหลักบางเกินไป รู้สึกเหมือนเป็นแค่แอ็กซีสเชื่อมซีน
ความยาวเพียง 43 นาทีอาจทำให้บางคนรู้สึกไม่จุใจ
ดูได้ที่ไหน
คำถามที่พบบ่อย
Mariah Carey's Magical Christmas Special ดูได้ที่ไหน
ดูได้บน Apple TV+ เท่านั้น ต้องสมัครสมาชิกก่อนรับชม
สเปเชียลนี้เหมาะกับเด็กไหม
เหมาะมากครับ ได้รับเรต G เนื้อหาสะอาด ดูได้ทุกช่วงวัยในครอบครัว
นักแสดงนำ
หนังที่คล้ายกัน