รีวิว
มีหนังไม่กี่เรื่องที่กล้าหยิบเอาพื้นที่ตึงเครียดที่สุดแห่งหนึ่งของโลกมาทำให้คนดูหัวเราะได้โดยไม่รู้สึกผิดที่ เส้นแบ่งเขตปลอดทหารระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ หรือ DMZ คือฉากหลังที่ผู้กำกับ พัคคยูแท เลือกใช้ในการเล่าเรื่องราวที่เริ่มต้นจากความโชคร้ายของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เพิ่งถูกรางวัลล็อตเตอรี่มูลค่ามหาศาลในช่วงเวลาที่แย่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
พัคชอนอู ทหารเกณฑ์เกาหลีใต้ที่นับวันถอยหลังรอวันปลดประจำการอย่างใจจดใจจ่อ ได้รับข่าวดีที่ทำให้ชีวิตพลิกผัน ล็อตเตอรี่ที่เขาซื้อไว้ตรงตัวเลขรางวัลที่หนึ่ง มูลค่าเกือบหกพันล้านวอน แต่ความตื่นเต้นที่คุมไม่อยู่กลับกลายเป็นหายนะ เมื่อสลิปล็อตเตอรี่ใบนั้นปลิวหลุดมือข้ามแนวลวดหนามไปตกอยู่ในเขตแดนของอีกฝั่ง ฝั่งที่ทหารถือปืนต่างกัน พูดสำเนียงต่างกัน และมองโลกต่างกันในเกือบทุกเรื่อง รียองโฮ ทหารเกาหลีเหนือ เก็บกระดาษใบนั้นได้ แม้ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่เมื่อรู้ว่ามันมีมูลค่า เกมแย่งชิงก็เริ่มต้นขึ้นในแบบที่ไม่มีคู่มือทางการทหารเล่มไหนสอนไว้
สิ่งที่ทำให้ 6/45 ต่างจากหนังตลกทั่วไปคือการที่ผู้กำกับเลือกไม่เอาความขัดแย้งทางการเมืองมาเป็นศูนย์กลางของเรื่อง แต่ใช้มันเป็นแค่กรอบของสถานการณ์ แล้วเอาความเป็นมนุษย์ธรรมดาที่โลภ ตื่นเต้น กลัว และอยากได้เงินเหมือนกันทุกคน มาชนกันในพื้นที่แคบๆ ที่ปกติไม่มีใครกล้าก้าวเข้าไป ผลที่ได้คือหนังที่หัวเราะได้โดยไม่ต้องการฉากตลกฝืนๆ แค่ปล่อยให้คนสองคนที่ควรจะเป็นศัตรูกันมาเจอสถานการณ์ที่บังคับให้ต้องคุยกัน มันก็ตลกพอแล้ว
ในแง่การกำกับ พัคคยูแทรู้จักจังหวะดี ซีนที่สองฝ่ายต้องสื่อสารกันข้ามรั้วลวดหนามถูกออกแบบมาให้ตึงเครียดในแบบที่ฮาได้พร้อมกัน โดยไม่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งดูโง่หรือร้ายเกินจริง ภาพรวมของหนังดูสะอาดและตรงไปตรงมา ไม่ได้โอ้อวดฝีมือในเชิงภาพ แต่ก็ไม่มีจุดไหนที่รู้สึกว่าฉากใดถ่ายมาแบบขอไปที งานภาพใช้บรรยากาศธรรมชาติของเขตแดนได้ดี ให้ความรู้สึกโล่ง เงียบ และโดดเดี่ยวที่ช่วยขับเน้นความตลกร้ายของสถานการณ์
นักแสดงคือหัวใจของหนังเรื่องนี้อย่างชัดเจน โคคยองพโย รับบทพัคชอนอูได้อย่างน่ารักและน่าเห็นใจในเวลาเดียวกัน เขาถ่ายทอดความตื่นตูมและความพ่ายแพ้ต่อโชคชะตาได้เป็นธรรมชาติมาก ส่วนอีอีคยองในบทรียองโฮก็สร้างสมดุลระหว่างความเข้มงวดแบบทหารกับความงงงวยต่อโลกทุนนิยมได้น่าขบขัน เคมีระหว่างทั้งคู่ไม่ได้เป็นแบบเพื่อนแท้ทันที แต่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างน่าเชื่อถือผ่านสถานการณ์ที่บังคับให้ต้องพึ่งพากัน ดนตรีประกอบทำหน้าที่ได้ดีในแบบที่ไม่ขัดตา รู้จักถอยหลังให้การแสดงเป็นตัวนำแทนที่จะยัดอารมณ์ใส่คนดู
จุดที่หนังสะดุดอยู่บ้างคือช่วงกลางเรื่องที่ความเร็วลดลงอย่างเห็นได้ชัด มีบางซีนที่ดูเหมือนหนังกำลังหาทางจัดเรียงบทก่อนจะก้าวไปยังช่วงสุดท้าย ตัวละครรองอย่างเพื่อนทหารและฝ่ายบังคับบัญชาถูกเขียนมาให้เติมเต็มโครงเรื่องมากกว่าที่จะมีบทบาทน่าจดจำในตัวเอง
สำหรับคนที่ชอบหนังตลกเกาหลีที่มีไอเดียแปลกแต่ไม่ซับซ้อนเกินไป 6/45 เล่นในลีกเดียวกับหนังอย่าง Exit หรือ Extreme Job คือตลกที่ไม่ต้องการความรู้พิเศษใดๆ แค่พร้อมจะปล่อยให้ตัวเองหัวเราะกับสถานการณ์ที่น่าอับอายของคนที่โชคดีในเวลาผิดที่ผิดทาง เทียบกับผลงานในแนวสองเกาหลีอย่าง JSA หรือ The Berlin File แล้ว หนังเรื่องนี้เลือกเดินทางตรงข้ามอย่างชัดเจน ไม่มีความหนักหน่วงทางการเมือง ไม่มีการสำรวจแผลเป็นประวัติศาสตร์ มีแค่สองคนที่อยากได้เงินและสถานการณ์ที่บังคับให้ต้องจัดการกันเอง ถ้านั่นคือสิ่งที่คุณต้องการจากคืนวันศุกร์ เรื่องนี้ไม่ทำให้ผิดหวัง
จุดเด่น
ไอเดียตั้งต้นสดใหม่ ใช้บริบทการเมืองที่ตึงเครียดมาเล่าเป็นตลกได้อย่างชาญฉลาด
เคมีระหว่างนักแสดงสองฝั่งทำให้หนังมีชีวิตชีวาตลอดเรื่อง
จังหวะตลกกระชับ ไม่ยืดเยื้อ หลายซีนหัวเราะได้จริง
จุดสังเกต
ช่วงกลางเรื่องไหลช้าลงกว่าที่ควร
ตัวละครรองบางตัวถูกใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่
ดูได้ที่ไหน
คำถามที่พบบ่อย
หนังเรื่องนี้ตลกจริงไหม หรือแค่ขายความแปลกของไอเดีย
ตลกได้จริงครับ โดยเฉพาะซีนที่สองฝ่ายต้องร่วมมือกันท่ามกลางความไม่ไว้วางใจ จังหวะโต้ตอบระหว่างนักแสดงทำงานได้ดีมาก
ต้องรู้เรื่องการเมืองเกาหลีเหนือ-ใต้มาก่อนไหมถึงจะดูสนุก
ไม่จำเป็นครับ หนังเล่าแบบเบาสบาย ความรู้พื้นฐานแค่ว่าสองประเทศแบ่งแยกกันก็เพียงพอแล้ว
นักแสดงนำ
หนังที่คล้ายกัน