The Boy, the Mole, the Fox and the Horse

The Boy, the Mole, the Fox and the Horse

2022 · 35 นาที · ไม่ระบุเรต

★ 8.2/10APPLE TV

รีวิว

มีหนังสั้นไม่กี่เรื่องในรอบหลายปีที่สามารถนั่งดูจบแล้วอยากนั่งนิ่งๆ สักพักก่อนจะทำอะไรต่อ The Boy, the Mole, the Fox and the Horse คือหนึ่งในนั้น แอนิเมชันความยาวเพียง 35 นาทีจากค่าย BBC Studios ที่ดัดแปลงมาจากหนังสือภาพของ Charlie Mackesy นักวาดภาพประกอบชาวอังกฤษ ซึ่งกวาดยอดขายทั่วโลกไปหลายล้านเล่มหลังวางตลาดปี 2019 เบื้องหลังปกที่ดูเรียบง่ายคือเนื้อหาที่แตะต้องเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยพูดถึงกันตรงๆ ทั้งความเหงา การรู้สึกหลงทาง และการเรียนรู้ว่าการขอความช่วยเหลือไม่ใช่ความอ่อนแอ

เรื่องเริ่มต้นด้วยเด็กชายคนหนึ่งที่กำลังเดินอยู่กลางทุ่งหิมะขาวโพลนโดยไม่รู้จุดหมาย เขาพบกับตุ่นผู้ร่าเริงที่คิดถึงเค้กตลอดเวลา จากนั้นทั้งคู่ก็ได้พบกับสุนัขจิ้งจอกที่เงียบขรึมและดูมีบาดแผลในใจ ก่อนที่ม้าตัวใหญ่จะก้าวเข้ามาร่วมทางด้วย สี่ชีวิตที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงออกเดินทางด้วยกันโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าปลายทางอยู่ที่ไหน และนั่นแหละคือหัวใจของหนัง เพราะการเดินทางครั้งนี้ไม่ได้วัดกันที่ว่าไปถึงไหน แต่วัดที่สิ่งที่ได้พูดคุยและเรียนรู้ระหว่างทาง

Peter Baynton ผู้กำกับเลือกรักษาสไตล์ภาพวาดด้วยมือของ Mackesy ไว้อย่างเต็มที่ แทนที่จะปรับให้เป็นแอนิเมชัน 3 มิติเรียบเนียนแบบที่สตูดิโอใหญ่มักทำ ผลลัพธ์คือภาพที่ดูเหมือนภาพสีน้ำเคลื่อนไหวได้ เส้นไม่สมบูรณ์แบบ สีระบายเกินขอบบ้างเล็กน้อย แต่นั่นทำให้ทุกเฟรมรู้สึกอบอุ่นและมีชีวิตในแบบที่ CGI ราคาสูงก็ให้ไม่ได้ ฉากกลางหิมะที่ขาวกว้างสลับกับช่วงเวลาเล็กๆ ที่ตัวละครนั่งล้อมกันอยู่ให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวและอบอุ่นสลับกันไปได้อย่างน่าทึ่ง

ดนตรีประกอบของ Iain Farquharson ทำงานแบบเงียบๆ ไม่พยายามบอกผู้ชมว่าต้องรู้สึกอะไร เส้นทำนองเบาๆ ที่ดูเหมือนเพลงกล่อมเด็กผสมกับชิ้นเชมเบอร์คลาสสิก เปิดพื้นที่ให้บทสนทนาโดดเด่นขึ้นมาเอง เพราะบทของหนังเรื่องนี้คือสิ่งที่น่าประทับใจที่สุด ประโยคอย่าง "What is the bravest thing you have ever said? Asked the boy. Help, said the horse." กินใจแบบที่หนัง 2 ชั่วโมงหลายเรื่องทำไม่ได้

ในด้านการพากย์เสียง Jude Coward Nicoll รับบทเด็กชายด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูสับสนและซื่อบริสุทธิ์ในเวลาเดียวกัน Tom Hollander พากย์ตุ่นได้ฉลาดมากตรงที่ดูเหมือนตัวตลกแต่มักพูดสิ่งที่ลึกที่สุด ส่วน Idris Elba รับบทม้าได้อย่างทรงพลัง น้ำเสียงหนักแน่นของเขาทำให้ทุกครั้งที่ม้าพูดรู้สึกเหมือนได้รับการปลอบโยนจากใครสักคนที่ผ่านอะไรมามากพอจะพูดได้ด้วยความเข้าใจจริงๆ Gabriel Byrne พากย์สุนัขจิ้งจอกได้เล็กแต่มีน้ำหนัก สะท้อนตัวละครที่เจ็บปวดมาแล้วและกำลังเรียนรู้จะไว้วางใจคนอื่นอีกครั้ง

สำหรับคนที่คุ้นกับผลงานแนว feel-good animation อย่าง Paddington หรือ When Marnie Was There หนังเรื่องนี้อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกันแต่เข้มข้นกว่าในเชิงปรัชญา ไม่มีผู้ร้าย ไม่มีการไล่ล่า ไม่มีพล็อตพลิกผัน มีแค่การพูดคุยระหว่างเพื่อนที่กำลังช่วยกันเดินผ่านความมืดไปด้วยกัน หากเทียบกับผลงาน BBC Animation ชิ้นอื่น เรื่องนี้ถือว่าทะเยอทะยานในทางศิลป์มากกว่าปกติ และผลที่ได้ก็คุ้มค่า

หนังเหมาะกับทุกคนที่รู้สึกหนักใจกับอะไรบางอย่างอยู่และอยากได้ 35 นาทีที่ทำให้หายใจออกได้ เหมาะกับพ่อแม่ที่อยากดูกับลูกแล้วค่อยคุยกันต่อ และเหมาะกับผู้ใหญ่ที่ยังจำได้ว่าความกล้าหาญที่แท้จริงบางทีก็คือการยอมรับว่าตัวเองต้องการความช่วยเหลือ

จุดเด่น

บทสนทนากินใจ กระชับแต่ทรงพลัง

งานภาพสไตล์ภาพวาดด้วยมือที่อบอุ่นและเป็นเอกลักษณ์

เนื้อหาเข้าถึงได้ทุกวัย ลึกในระดับที่แตกต่างกัน

นักพากย์ทำงานได้เปี่ยมอารมณ์โดยเฉพาะ Idris Elba

จุดสังเกต

ความยาวแค่ 35 นาทีอาจทำให้รู้สึกอยากได้มากกว่านี้

เนื้อเรื่องเดินหน้าแบบ episodic อาจดูไม่มีโครงสร้างหากคาดหวังพล็อตแบบหนังทั่วไป

ดูได้ที่ไหน

สมาชิกรายเดือนของแพลตฟอร์มนี้ดูได้ทันทีไปหน้า APPLE TV →

คำถามที่พบบ่อย

The Boy the Mole the Fox and the Horse ดูได้ที่ไหน

ออกฉายครั้งแรกทาง BBC One และ Apple TV+ ในช่วงคริสต์มาส 2022 ปัจจุบันหาชมได้บน Apple TV+

เหมาะกับเด็กอายุเท่าไหร่

เนื้อหาเหมาะกับทุกช่วงวัย เด็กเล็กสนุกกับตัวละครและภาพวาด ส่วนผู้ใหญ่จะซึมซับบทสนทนาเชิงปรัชญาได้ลึกกว่า

หนังดัดแปลงมาจากอะไร

ดัดแปลงมาจากหนังสือภาพขายดีระดับโลกของ Charlie Mackesy ที่ตีพิมพ์ในปี 2019

นักแสดงนำ

Jude Coward NicollTom Hollanderอิดริส เอลบาGabriel Byrne

หนังที่คล้ายกัน

ทอย สตอรี่ 5

ทอย สตอรี่ 5

ซูเปอร์เกิร์ล

ซูเปอร์เกิร์ล

แมนดาลอเรี่ยนและโกรกู

แมนดาลอเรี่ยนและโกรกู