รีวิว
มีหนังสยองขวัญไม่กี่เรื่องที่สามารถสร้างความผูกพันระหว่างผู้ชมกับตัวละครได้นานกว่าทศวรรษ และซีรีส์ที่ว่านั้นก็คือตระกูล Conjuring ที่ปั้นนักสืบเรื่องเหนือธรรมชาติสองคนให้กลายเป็นไอคอนของแนวหนังผีสมัยใหม่ บทปิดฉากอย่าง "คนเรียกผี พิธีกรรมครั้งสุดท้าย" จึงมาพร้อมกับความคาดหวังมหาศาล ทั้งจากแฟนเก่าที่ติดตามมาตั้งแต่ต้น และจากคนที่อยากรู้ว่าจักรวาลนี้จะปิดฉากอย่างสมศักดิ์ศรีได้หรือเปล่า
เรื่องราวเริ่มต้นในบรรยากาศที่หม่นและหนักอึ้งกว่าภาคก่อนๆ เมื่อ เอ็ด และ ลอเรน วอร์เรน ถูกนำเข้าสู่คดีที่ดูเหมือนจะไม่ธรรมดาตั้งแต่แรก สิ่งที่รอพวกเขาอยู่ไม่ใช่แค่วิญญาณล่องลอยหรือบ้านสิงสู่แบบที่เคยเจอ แต่เป็นบางสิ่งที่ลึกกว่านั้น มืดกว่านั้น และดูเหมือนจะรู้จักคู่สามีภรรยาวอร์เรนเป็นอย่างดี การเปิดเรื่องถูกออกแบบให้ค่อยๆ สะสมความรู้สึกไม่สบายใจแทนที่จะโหมด้วยจัมป์สแกร์ตั้งแต่ฉากแรก ซึ่งนับว่าเป็นทิศทางที่ถูกต้องสำหรับภาคสุดท้าย เพราะหนังต้องการเวลาในการปูอารมณ์ให้ผู้ชมรู้สึกว่าครั้งนี้มันต่างออกไปจริงๆ
ในแง่ของงานกำกับ Michael Chaves ที่เคยรับไม้ต่อจาก James Wan มาตั้งแต่ The Conjuring: The Devil Made Me Do It แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่ชัดเจนในภาคนี้ การควบคุมพื้นที่ภายในเฟรมทำได้ดี โดยเฉพาะฉากที่ใช้ความมืดและแสงเงาเป็นเครื่องมือสร้างความตึงเครียดแทนที่จะพึ่งเอฟเฟกต์ราคาแพง มีหลายฉากที่ Chaves ใช้การเคลื่อนกล้องแบบช้าๆ สม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้ชมสแกนพื้นหลังด้วยตัวเองก่อนที่จะรู้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ เทคนิคนี้ดึงการมีส่วนร่วมของคนดูได้ดีและทำให้หนังรู้สึกมีชั้นกว่าหนังผีทั่วไป
ส่วนที่แข็งแกร่งที่สุดของภาคนี้ยังคงเป็นการแสดงของ Vera Farmiga ในบทลอเรน วอร์เรน เธอแบกน้ำหนักทางอารมณ์ของเรื่องแทบจะคนเดียว สีหน้าและสายตาของเธอในฉากที่ไม่มีบทพูดบอกเล่าได้มากกว่าบทสนทนาหลายหน้ารวมกัน แพทริค วิลสัน เองก็ยังคงทำหน้าที่ได้ดีในฐานะแกนกลางที่มั่นคงของเรื่อง และพลังเคมีระหว่างสองคนนี้คือเหตุผลหลักที่ทำให้ซีรีส์นี้ยืนระยะมาได้ถึงขนาดนี้ สำหรับนักแสดงหน้าใหม่อย่าง Mia Tomlinson และ Ben Hardy ทั้งคู่ทำได้น่าพอใจในบทบาทที่เปิดโอกาสให้แสดงความเปราะบางและความกลัวได้อย่างเป็นธรรมชาติ
งานภาพโดยรวมมีความตั้งใจสูง โทนสีถูกเลือกให้หม่นลงกว่าภาคก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด เหมือนเป็นการส่งสัญญาณว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การผจญภัยครั้งใหม่ แต่เป็นการเผชิญหน้ากับบทสรุป การออกแบบสิ่งมีชีวิตที่ตัวละครต้องเผชิญในครั้งนี้มีความสดและน่าขนลุกในแบบที่ต่างจากทุกสิ่งที่ซีรีส์นี้เคยนำเสนอมา ดนตรีประกอบเลือกจังหวะที่เงียบและรอคอยมากกว่าจะโหมเข้าใส่ ซึ่งเสริมให้บรรยากาศตึงเครียดสะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อที่ต้องพูดถึงตามความเป็นจริงคือความยาว 136 นาทีนั้นหนักในบางช่วง โดยเฉพาะกลางเรื่องที่จังหวะตัดต่อดูเหมือนจะชะลอลงเกินความจำเป็น มีฉากที่สามารถตัดออกได้โดยไม่กระทบอารมณ์รวมของเรื่อง และสูตรบางอย่างของซีรีส์ก็ยังคงปรากฏให้เห็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการสอบสวนพื้นที่ การค้นหาข้อมูลประวัติศาสตร์ หรือการเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายที่มาพร้อมกับพิธีกรรม แต่เมื่อพิจารณาว่านี่คือบทปิดฉากที่ต้องส่งมอบความสมบูรณ์ให้กับแฟนๆ ที่รอมานาน ความคุ้นเคยเหล่านี้ก็อาจเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการอยู่แล้ว
สำหรับคนที่อยู่ในกลุ่มไหนควรดูภาคนี้มากที่สุด คำตอบคือแฟนซีรีส์ตัวจริงที่ติดตามมาตั้งแต่ The Conjuring ภาคแรกในปี 2013 เพราะน้ำหนักทางอารมณ์ของการส่งท้ายจะมีความหมายกับพวกเขามากกว่าคนที่เพิ่งเข้ามาดูครั้งแรก เมื่อเทียบกับ The Conjuring 2 ที่หลายคนยังถือว่าเป็นจุดสูงสุดของซีรีส์ ภาคนี้อาจยังไม่แตะถึงระดับนั้น แต่ก็เหนือกว่า The Devil Made Me Do It อย่างชัดเจนในแทบทุกด้าน และสำหรับหนังผีที่กล้าจะปิดตำนานแทนที่จะยืดออกไปไม่มีที่สิ้นสุด นั่นคือสิ่งที่ควรได้รับการยกย่องในตัวเองอยู่แล้ว
จุดเด่น
บรรยากาศตึงเครียดสะสมได้ดีตลอดเรื่อง
การแสดงของ Vera Farmiga ที่ลึกและหนักแน่น
งานภาพและการออกแบบสิ่งมีชีวิตที่น่าขนลุก
จุดสังเกต
ความยาว 136 นาทีอาจยืดเกินไปในช่วงกลางเรื่อง
สูตรสำเร็จของซีรีส์ยังคงเห็นได้ชัด
ดูได้ที่ไหน
คำถามที่พบบ่อย
The Conjuring: Last Rites เป็นภาคสุดท้ายของซีรีส์จริงไหม
จากการประกาศของสตูดิโอ ภาคนี้ถูกนำเสนอในฐานะบทปิดเรื่องราวหลักของ เอ็ด และ ลอเรน วอร์เรน แต่จักรวาล Conjuring ยังคงมีโอกาสขยายต่อในรูปแบบอื่น
ต้องดูภาคก่อนหน้าทั้งหมดก่อนไหม
ไม่จำเป็นต้องดูครบทุกภาค แต่การดู The Conjuring 1 และ 2 มาก่อนจะช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ของตัวละครและน้ำหนักทางอารมณ์ในภาคนี้ได้ลึกขึ้นมาก
นักแสดงนำ
หนังที่คล้ายกัน