รีวิว
มีนิทานสักกี่เรื่องที่เราโตมาพร้อมกับความเชื่อว่า "เด็กดีย่อมได้รับรางวัล" และพินอคคิโอก็คือหนึ่งในสัญลักษณ์นั้น หุ่นไม้ที่โกหกแล้วจมูกยาว เรียนรู้บทเรียน แล้วในที่สุดก็กลายเป็นเด็กจริง แต่ Rhys Frake-Waterfield ผู้กำกับที่โด่งดังจากการฉีกหน้าตาตัวละครในจินตนาการอย่าง Winnie the Pooh: Blood and Honey มาก่อนหน้านี้ ตัดสินใจเหวี่ยงตำนานบทนี้ลงไปในที่มืดที่สุดเท่าที่นิทานเด็กเคยถูกพาไป ผลลัพธ์ที่ได้คือ "พินอคคิโอ หุ่นไม้สายเชือด" หนังที่ตั้งคำถามอย่างโหดร้ายว่า ถ้าหุ่นไม้ตัวนี้ไม่ได้อยากเป็นเด็กดี แต่อยากเป็นเด็กจริงๆ โดยไม่สนว่าต้องทำอะไรเพื่อให้ได้มา มันจะน่ากลัวแค่ไหน
เรื่องเริ่มต้นในบรรยากาศที่คุ้นเคยพอให้รู้สึกสบายใจก่อน ช่างไม้ชราผู้โดดเดี่ยวแกะสลักหุ่นไม้ด้วยความรักและความหวัง แต่แรงปรารถนาที่ตามมาพร้อมกับสิ่งที่ปลุกชีพหุ่นนั้นขึ้นมาไม่ใช่แสงสีทองจากนางฟ้า หากเป็นพลังงานที่มืดกว่านั้นมาก พินอคคิโอที่ลืมตาขึ้นมาในหนังเรื่องนี้ไม่มีความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีเสียงมโนธรรมชวนหัวที่คอยกระซิบเตือน มีเพียงความต้องการดิบๆ ที่ฝังอยู่ในแกนไม้ของมัน นั่นคือการอยากมีเนื้อหนัง อยากรู้สึก อยากเป็นมนุษย์ และมันก็เริ่มตามหาสิ่งนั้นด้วยวิธีที่โหดเหี้ยมเกินกว่าจะเรียกว่านิทาน
ในแง่ฝีมือการกำกับ Frake-Waterfield พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับผลงานก่อนหน้า เขาใช้พื้นที่แคบและแสงเงาหนักในการสร้างความอึดอัดแทนที่จะพึ่งแค่ gore ตรงๆ โทนสีของหนังเลือกเดินทางแบบมืดหม่นตลอด ราวกับพยายามบอกให้รู้ว่าโลกในเรื่องนี้ไม่มีที่ว่างให้กับแสงสว่างอีกต่อไปแล้ว งานกล้องเน้นมุมต่ำที่ทำให้ตัวละครหุ่นไม้ดูน่ากลัวเกินขนาด สร้างความรู้สึกว่ากำลังถูกมองจากสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์อย่างแท้จริง
Jude Evan Lloyd ในบทพินอคคิโอถือเป็นงานที่ท้าทายมาก เพราะต้องแสดงความเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่เข้าใจมนุษยธรรม แต่พยายามเลียนแบบมันอย่างผิดเพี้ยน การแสดงออกที่ทื่อและสายตาที่ว่างเปล่าสลับกับความโหดแบบไม่มีอารมณ์ร่วมถูกถ่ายทอดออกมาได้น่าขนลุกกว่าที่คาด ส่วน Robert Englund ซึ่งแฟนหนังสยองขวัญรู้จักดีในฐานะ Freddy Krueger มาทำหน้าที่เสริมบรรยากาศในบทที่แม้จะไม่ใช่ตัวนำ แต่ก็ดึงความน่าเชื่อถือให้กับโปรเจกต์นี้ได้อย่างหนักแน่น เพราะทุกฉากที่ Englund ปรากฏตัวมีน้ำหนักในตัวเองโดยอัตโนมัติ Richard Brake ก็เช่นกัน เป็นนักแสดงที่เชี่ยวชาญการรับบทบาทน่าหวาดเสียว และครั้งนี้เขาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง
ดนตรีประกอบเลือกใช้เสียงที่บิดเบี้ยวจากทำนองเพลงกล่อมเด็กคลาสสิก สร้างความรู้สึกว่าบางสิ่งที่ควรจะน่ารักถูกทำลายและประกอบขึ้นมาใหม่ผิดรูปร่าง ซึ่งสอดคล้องกับแก่นของหนังได้อย่างแนบเนียน จังหวะตัดต่อทำงานได้ดีในช่วงกลางเรื่อง แต่ก็ต้องยอมรับว่าด้วยความยาวเพียง 82 นาที บางตัวละครรองได้รับพื้นที่น้อยเกินไปจนการสูญเสียพวกเขาแทบไม่สร้างแรงสะเทือนทางอารมณ์ใดๆ
สำหรับคนที่จะดูหนังเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่ต้องเป็นคนที่เปิดรับความบันเทิงแบบ dark horror ที่ดึงเอาความคุ้นชินจากวัยเด็กมาบิดให้น่าขยะแขยง ถ้าชอบหนังอย่าง Winnie the Pooh: Blood and Honey หรืองาน slasher ที่เล่นกับสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม เรื่องนี้จะให้ในสิ่งที่ต้องการ แต่ถ้าคาดหวังความลึกแบบ Hereditary หรือ Midsommar อาจต้องปรับความคาดหวังลงมาก่อน เพราะ Frake-Waterfield ยังคงเดินในเลนของตัวเองซึ่งเน้นความตรงไปตรงมาและบรรยากาศมากกว่าการสร้างปมทางจิตวิทยาที่ซับซ้อน พินอคคิโอ หุ่นไม้สายเชือด คือหนังสยองขวัญที่ทำหน้าที่ของตัวเองได้ครบ มันน่ากลัว มันดิบ และมันพาตำนานเด็กดีไปอยู่ในที่ที่ไม่ควรพาไป ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่ผู้กำกับตั้งใจให้มันเป็น
จุดเด่น
แนวคิดการบิดนิทานคลาสสิกทำได้มืดและกล้าหาญ
Robert Englund ยังคงสร้างบรรยากาศน่าหวาดหวั่นได้อย่างมีเสน่ห์
งานภาพและโทนสีดิบที่สร้างความอึดอัดได้อย่างมีเจตนา
จุดสังเกต
ความยาวเพียง 82 นาทีทำให้การพัฒนาตัวละครรองค่อนข้างเบาบาง
แฟนหนังสยองขวัญที่คุ้นชิน Frake-Waterfield อาจคาดเดาจังหวะได้ไม่ยาก
คำถามที่พบบ่อย
พินอคคิโอ หุ่นไม้สายเชือด เหมาะกับเด็กไหม
ไม่เหมาะเลย หนังได้เรตอายุ 18 ปีในไทย มีความรุนแรงและเนื้อหาสยองขวัญที่หนักมาก
หนังเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ Pinocchio ของ Disney ไหม
ไม่เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด เป็นการนำตัวละครพินอคคิโอจากวรรณกรรมดั้งเดิมมาตีความใหม่ในแนวสยองขวัญโดยสิ้นเชิง
นักแสดงนำ
หนังที่คล้ายกัน