The Bloody Hundredth

The Bloody Hundredth

2024 · 63 นาที · 13

★ 7.1/10APPLE TV

รีวิว

มีบางเรื่องในประวัติศาสตร์ที่ไม่ว่าจะถูกเล่าซ้ำกี่ครั้งก็ยังคงทิ่มแทงใจได้เสมอ และฝูงบินทิ้งระเบิดที่ 100 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เป็นหนึ่งในนั้น ชื่อเล่นที่โลกรู้จักกันดีว่า "Bloody Hundredth" ไม่ได้เกิดจากความองอาจหรือความกล้าหาญโอ้อวด หากแต่มาจากตัวเลขสูญเสียที่โหดร้ายจนยากจะเชื่อว่ามนุษย์จะทำกับมนุษย์ด้วยกันได้ สารคดีเรื่องนี้คือความพยายามจะบันทึกเรื่องราวนั้นไว้ก่อนที่เสียงของผู้รอดชีวิตจะเงียบลงไปตลอดกาล

The Bloody Hundredth ถูกสร้างขึ้นคู่ขนานกับซีรีส์ Masters of the Air ของ Apple TV+ โดยทำหน้าที่เป็นสารคดีประกอบที่พาผู้ชมออกจากโลกสมมติ แล้วย้อนกลับไปยืนตรงหน้าคนจริงๆ ที่เคยขึ้นบินในภารกิจเหล่านั้น Mark Herzog ผู้กำกับเปิดเรื่องด้วยการวางบริบทง่ายๆ ว่าเหตุใดฝูงบินที่ 100 จึงกลายเป็นตำนาน ก่อนจะค่อยๆ ส่งไม้ต่อให้กับคนที่มีสิทธิ์เล่าเรื่องนี้ได้มากที่สุด นั่นคือนักบินและเจ้าหน้าที่ที่ยังมีชีวิตอยู่ รวมถึง John "Lucky" Luckadoo และ Robert "Rosie" Rosenthal สองชื่อที่ใครก็ตามที่ติดตาม Masters of the Air มาจะรู้จักดีในฐานะแบบอย่างของตัวละครหลัก

สิ่งที่ทำให้สารคดีเรื่องนี้ไม่ใช่แค่สื่อประกอบการขาย คือความจริงที่ว่า Herzog เลือกให้คนสูงวัยเหล่านี้พูดในแบบที่พวกเขาต้องการจะพูด ไม่ใช่แค่ตอบคำถามในสคริปต์ที่เตรียมมา มีช่วงหนึ่งที่ Luckadoo พูดถึงเพื่อนที่หายไปกลางอากาศ แล้วหยุดนิ่งไปสักครู่ ไม่มีดนตรีประกอบที่เร่งอารมณ์ ไม่มีการตัดภาพหนีไปยังที่อื่น กล้องแค่อยู่กับเขา และช่วงเวลาเงียบนั้นพูดได้มากกว่าคำพูดสารพัดที่จะเติมลงไปได้

ในแง่งานฝีมือ Herzog จัดการกับวัตถุดิบที่มีอยู่ได้อย่างมีวุฒิภาวะ ฟุตเทจขาวดำจากยุคสงครามถูกนำมาสลับกับภาพสัมภาษณ์ปัจจุบันอย่างลื่นไหล โดยไม่รู้สึกว่ามีการยัดเยียดเพื่อเติมเวลา การตัดต่อรู้จักจังหวะหายใจ รู้ว่าตอนไหนควรปล่อยให้ภาพเก่าพูดแทน และตอนไหนควรดึงกลับมาที่ใบหน้าของคนที่มีชีวิต ดนตรีประกอบไม่ได้โดดเด่นจนเป็นตัวแทนอารมณ์แทนผู้ชม แต่ทำหน้าที่ประคองบรรยากาศอย่างพอเหมาะ ซึ่งเป็นการเลือกที่ถูกต้องสำหรับสารคดีสไตล์นี้

การมีทอม แฮงส์ และสตีเวน สปีลเบิร์ก ร่วมพูดในสารคดีในฐานะผู้อยู่เบื้องหลัง Masters of the Air ช่วยเชื่อมสะพานระหว่างโลกสมมติกับโลกจริงได้ดี แฮงส์พูดถึงแรงจูงใจในการนำเรื่องนี้มาทำเป็นซีรีส์ด้วยความเคารพที่เห็นได้ชัด ไม่ใช่แค่คนดังมาการันตีโปรเจกต์ แต่เป็นคนที่รู้สึกผูกพันกับประวัติศาสตร์นี้จริงๆ ตั้งแต่ยุค Band of Brothers และ The Pacific มาแล้ว

ข้อที่อาจทำให้ผู้ชมรู้สึกอยากมากกว่านี้คือความยาวเพียง 63 นาที เรื่องราวของฝูงบินที่ 100 มีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยชีวิตมากมายที่ยังไม่ถูกพูดถึงอย่างเต็มที่ สารคดีเลือกเน้นไปที่ภาพรวมและอารมณ์ความรู้สึก มากกว่าจะลงลึกในรายละเอียดของภารกิจแต่ละครั้ง ซึ่งเป็นการเลือกที่สมเหตุสมผลในแง่ที่ว่ามันทำให้สารคดีเข้าถึงได้กว้างขึ้น แต่ก็ทิ้งความรู้สึกค้างคาบางอย่างไว้ด้วย

สำหรับคนที่เพิ่งจบ Masters of the Air และอยากรู้ว่าเรื่องราวในซีรีส์มีรากฐานความจริงมากแค่ไหน The Bloody Hundredth คือคำตอบที่ดีที่สุด มันทำงานได้ดีในฐานะภาคต่อทางอารมณ์ที่ทำให้ตัวละครในจอกลายเป็นมนุษย์จริงๆ ที่เคยหายใจและเคยกลัว เมื่อเทียบกับสารคดีประกอบซีรีส์สงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุคเดียวกัน งานชิ้นนี้อยู่ในระดับที่น่าเคารพ ไม่ได้แค่เป็นของแถมในแพ็กเกจ แต่ยืนได้ด้วยตัวเองในฐานะเอกสารประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่า และถ้าให้พูดตรงๆ การได้ยินเสียงของคนที่อยู่ในเครื่องบินลำนั้นจริงๆ สำคัญกว่าภาพยนตร์ที่ดีที่สุดเสียอีก เพราะสักวันหนึ่งเสียงเหล่านั้นจะไม่มีอีกแล้ว

จุดเด่น

บันทึกคำพูดของผู้รอดชีวิตตัวจริงได้อย่างทรงคุณค่าและน่าเชื่อถือ

การจัดวางภาพเก่าและฟุตเทจประวัติศาสตร์ผสานกับสัมภาษณ์ได้อย่างลื่นไหล

ทอม แฮงส์ และสตีเวน สปีลเบิร์ก ช่วยเชื่อมบริบทระหว่างหนังกับประวัติศาสตร์ได้ดี

จุดสังเกต

ความยาว 63 นาทีอาจสั้นเกินไปสำหรับเรื่องราวที่มีความลึกมาก

ผู้ชมที่ไม่ได้ดู Masters of the Air มาก่อนอาจต้องใช้เวลาปรับตัวกับบริบท

ดูได้ที่ไหน

สมาชิกรายเดือนของแพลตฟอร์มนี้ดูได้ทันทีไปหน้า APPLE TV →

คำถามที่พบบ่อย

ต้องดู Masters of the Air ก่อนถึงจะเข้าใจ The Bloody Hundredth ไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป แต่การดู Masters of the Air มาก่อนจะช่วยให้อรรถรสและความเข้าใจลึกซึ้งกว่ามาก เพราะสารคดีเชื่อมตรงกับตัวละครและเหตุการณ์ในซีรีส์

The Bloody Hundredth ฉายที่ไหน

เผยแพร่บน Apple TV+ ในฐานะสารคดีประกอบซีรีส์ Masters of the Air เมื่อเดือนมีนาคม 2567

นักแสดงนำ

ทอม แฮงส์สตีเวน สปีลเบิร์กJames StewartJohn 'Lucky' LuckadooRobert 'Rosie' RosenthalJohn A. Clark

หนังที่คล้ายกัน

I Swear

I Swear

Selena Gomez: My Mind & Me

Selena Gomez: My Mind & Me

คิลเลอร์ส ออฟ เดอะ ฟลาวเวอร์ มูน

คิลเลอร์ส ออฟ เดอะ ฟลาวเวอร์ มูน