รีวิว
ชายที่เคยกุมชะตาของทวีปยุโรปทั้งใบไว้ในมือ แต่กลับสยบต่อจดหมายรักของผู้หญิงคนเดียว นี่คือมุมมองที่ ริดลีย์ สก็อตต์ เลือกมองนโปเลียน โบนาปาร์ต ใน Napoleon ภาพยนตร์มหากาพย์ประวัติศาสตร์ปี 2023 ที่ไม่ได้ต้องการเล่าชีวประวัติให้ครบถ้วนสมบูรณ์ แต่เลือกขุดลึกไปที่รอยแตกร้าวภายในจิตใจของผู้นำผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก
หนังเปิดเรื่องในช่วงปลายยุคการปฏิวัติฝรั่งเศส บรรยากาศตึงเครียดและเต็มไปด้วยความวุ่นวายทางการเมือง นโปเลียนในวัยหนุ่มยังเป็นเพียงนายทหารหนุ่มที่มีความทะเยอทะยานฝังลึก เขาค่อยๆ ไต่เต้าจากความไม่มีใครรู้จักสู่การเป็นที่ยอมรับในแวดวงทหาร ก่อนที่โชคชะตาจะพาให้เขาพบกับโจเซฟีน หญิงม่ายผู้มีเสน่ห์และเชี่ยวชาญโลกสังคมชั้นสูงยิ่งกว่าเขาหลายเท่า ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นตามมาไม่ได้โรแมนติกแบบนิยายน้ำเน่า แต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่แปลกประหลาด การครอบงำ ความหึงหวง และความเปราะบางที่นโปเลียนพยายามซ่อนเร้นจากโลกทั้งใบแต่ซ่อนโจเซฟีนไม่ได้เลย
ในแง่งานฝีมือ ริดลีย์ สก็อตต์ ในวัย 85 ปียังคงพิสูจน์ว่าเขาคือมือกำกับระดับมาสเตอร์เมื่อต้องจัดการกับฉากสงครามสเกลใหญ่ ยุทธการที่ออสเตอร์ลิตซ์และวอเตอร์ลูถูกถ่ายทอดออกมาอย่างยิ่งใหญ่อลังการ ทั้งการเคลื่อนกล้องที่ฉลาดและการออกแบบฉากที่ให้ความรู้สึกถึงความโกลาหลและความตายในสนามรบได้อย่างสมจริง โดยเฉพาะฉากทะเลสาบที่กลายเป็นสุสานน้ำแข็ง ซึ่งสร้างภาพที่ตราตรึงใจได้อย่างน่าทึ่ง
วาคีน ฟีนิกซ์ คือหัวใจของหนังเรื่องนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้ เขานำเสนอนโปเลียนในแบบที่ไม่ใช่วีรบุรุษในตำนาน แต่เป็นมนุษย์ที่มีความขัดแย้งภายในสูง บางฉากเขาดูน่าเกรงขาม บางฉากดูน่าสงสาร และบางฉากดูตลกโปกฮาโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งนั่นแหละคือเสน่ห์ที่ทำให้ตัวละครนี้มีมิติมากกว่าภาพจำในหนังประวัติศาสตร์ทั่วไป ส่วนวาเนสซา เคอร์บี้ รับบทโจเซฟีนได้อย่างทรงพลัง เธอเล่นหนังด้วยสายตาและภาษากายได้อย่างละเอียดลออ ทำให้โจเซฟีนไม่ใช่แค่ตัวประกอบของนโปเลียน แต่เป็นตัวละครที่มีความลึกและน่าสนใจในตัวเอง เคมีระหว่างสองคนนี้ดึงดูดสายตาได้ดีในทุกฉากที่อยู่ร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม หนังไม่ได้สมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง ปัญหาหลักคือการตัดต่อที่บางช่วงรู้สึกเร่งรีบเกินไป เหตุการณ์สำคัญหลายช่วงในชีวิตของนโปเลียนถูกบีบให้กระโดดผ่านอย่างรวดเร็ว ทำให้จังหวะของหนังสะดุดในช่วงกลางเรื่อง นั่นอาจเป็นเพราะ สก็อตต์ มีวัตถุดิบมากกว่าที่จะยัดใส่ความยาว 158 นาทีได้ทั้งหมด ซึ่งการที่มีเวอร์ชันผู้กำกับที่ยาวกว่าเป็นทวีคูณก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเนื้อหาต้นฉบับนั้นท่วมท้นกว่านี้มาก นอกจากนี้ผู้ที่มีความรู้ประวัติศาสตร์เป็นอย่างดีอาจรู้สึกขัดใจกับการที่หนังปรับแต่งเหตุการณ์บางอย่างเพื่อเสริมดราม่า
สำหรับใครที่ชื่นชอบ Gladiator หรือ Kingdom of Heaven ของ สก็อตต์ จะพบว่า Napoleon มีดีเอ็นเอเดียวกันในแง่ความยิ่งใหญ่ของสเกลและความลึกซึ้งของตัวละครหลัก แต่มีน้ำเสียงที่แปลกประหลาดกว่า คือมีทั้งความโศกนาฏกรรมและอารมณ์ขันดำในเวลาเดียวกัน ถ้าเทียบกับหนังชีวประวัตินักรบในยุคเดียวกัน Napoleon สร้างความแตกต่างด้วยการยอมรับว่าวีรบุรุษก็คือมนุษย์ปุถุชนที่มีจุดอ่อนเหมือนกันทุกคน
หนังเรื่องนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบหนังประวัติศาสตร์ที่มีมิติทางอารมณ์และไม่ได้ต้องการเรียนประวัติศาสตร์จากหนัง รวมถึงแฟนคลับของวาคีน ฟีนิกซ์ที่อยากเห็นเขาแบกหนังทั้งเรื่องบนบ่า ส่วนใครที่อยากได้สารคดีจำลองประวัติศาสตร์หรือหนังสงครามที่เต็มไปด้วยฉากต่อสู้ตลอดเวลา อาจต้องปรับความคาดหวังก่อนเข้าโรง เพราะ Napoleon ของ ริดลีย์ สก็อตต์ นั้นสนใจชายผู้อยู่หลังม่านชัยชนะมากกว่าชัยชนะนั้นเอง
จุดเด่น
วาคีน ฟีนิกซ์ ถ่ายทอดความซับซ้อนของนโปเลียนได้อย่างน่าหลงใหล
ฉากสงครามสเกลใหญ่อลังการและสมจริง โดยเฉพาะยุทธการที่ออสเตอร์ลิตซ์
เคมีระหว่างฟีนิกซ์กับวาเนสซา เคอร์บี้ดึงดูดสายตาตลอดเรื่อง
จุดสังเกต
จังหวะบางช่วงสะดุดและกระโดดข้ามเหตุการณ์สำคัญเร็วเกินไป
ผู้ที่คาดหวังความถูกต้องทางประวัติศาสตร์เต็มรูปแบบอาจผิดหวัง
ดูได้ที่ไหน
คำถามที่พบบ่อย
Napoleon 2023 มีเวอร์ชันผู้กำกับที่ยาวกว่านี้ไหม
มี ริดลีย์ สก็อตต์ เปิดเผยว่ามีเวอร์ชัน Directors Cut ความยาวประมาณ 4 ชั่วโมงสำหรับฉายบนแพลตฟอร์มสตรีมมิง ซึ่งจะเพิ่มฉากและบริบทที่ถูกตัดออกจากเวอร์ชันโรงภาพยนตร์
หนังเรื่องนี้เหมาะกับคนที่ไม่รู้ประวัติศาสตร์นโปเลียนไหม
เหมาะในแง่ความบันเทิง เพราะหนังเน้นมิติความสัมพันธ์และอารมณ์ของตัวละครมากกว่าบันทึกประวัติศาสตร์ แต่การมีพื้นฐานประวัติศาสตร์เบื้องต้นจะช่วยให้ติดตามลำดับเหตุการณ์ได้ดีขึ้น
นักแสดงนำ
หนังที่คล้ายกัน