ขุดมันขึ้นมาจากหลุม

ขุดมันขึ้นมาจากหลุม

2024 · 134 นาที · ไม่ระบุเรต

7.6/10VIU

รีวิว

มีหนังสยองขวัญไม่กี่เรื่องที่กล้าฝังโครงเรื่องทั้งหมดไว้บนฐานความเชื่อเรื่องดิน น้ำ ลม ไฟ แล้วทำให้มันน่าเชื่อถือและน่ากลัวได้พร้อมกัน "ขุดมันขึ้นมาจากหลุม" หรือ 파묘 คือหนึ่งในนั้น และมันทำได้ดีกว่าที่หลายคนคาด

เรื่องเริ่มต้นจากครอบครัวเชื้อสายเกาหลีที่ร่ำรวยในลอสแองเจลิส ซึ่งตกอยู่ในความเดือดร้อนยากจะอธิบายได้ตามหลักเหตุผล เด็กในบ้านป่วยหนักด้วยอาการที่หมอหาสาเหตุไม่ได้ ฝันร้ายซ้ำซากโดยไม่มีคำอธิบาย จนในที่สุดพวกเขาหันไปพึ่งพาคนทรงสาวชื่อ ฮวาริม และหุ้นส่วนของเธอ บงกิล ซึ่งมีชื่อเสียงในแวดวงคนที่ต้องการออกจากวังวนชั่วร้ายแบบนี้ ฮวาริมสัมผัสได้ทันทีว่ารากของปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบ้านหรือคนในครอบครัว แต่มันฝังอยู่ลึกในแผ่นดินเกาหลี กับหลุมศพของบรรพบุรุษที่ถูกฝังไว้ผิดที่ผิดทาง

จากนั้นเรื่องก็พาไปพบกับ ซังด็อก ผู้เชี่ยวชาญฮวงจุ้ยวัยเก๋าที่อ่านดินอ่านภูเขาได้เหมือนอ่านหนังสือ กับ ยองกึน สัปเหร่อผู้ชำนาญการเรื่องโลงและพิธีกรรม ทั้งสี่เดินทางไปยังหมู่บ้านร้างในเกาหลีเพื่อขุดโลงศพขึ้นมาย้ายที่ฝัง ฟังดูเหมือนงานธรรมดา แต่นั่นแหละคือจุดที่หนังเริ่มเปิดชั้นความน่ากลัวทีละชั้น

จาง แจ-ฮยอน ผู้กำกับที่เคยฝากผลงานไว้กับ "사바하" หรือ Svaha: The Sixth Finger มาก่อน แสดงให้เห็นว่าเขาถนัดสร้างหนังที่ความน่ากลัวไม่ได้มาจากการกระโดดออกมาหลอก แต่มาจากความรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติในทุกเฟรมที่กล้องฉายอยู่ ฉากขุดหลุมกลางดึกนั้นถ่ายได้อึดอัดและเต็มไปด้วยความหนักที่กดทับ แสงไฟฉายกลางทุ่งรกกับเงาของต้นไม้ใหญ่ก็เพียงพอจะทำให้ขนลุกได้โดยไม่ต้องพึ่งเอฟเฟกต์ราคาแพง งานภาพโดยรวมมีความงามเย็นชาแบบเฉพาะตัว สีของภาพในช่วงกลางคืนและช่วงรุ่งสางถูกควบคุมมาอย่างดีจนรู้สึกได้ถึงอากาศเย็นและกลิ่นดินชื้นผ่านหน้าจอ

ด้านการแสดง ชเว มิน-ชิก คือหัวใจของเรื่อง เขารับบทซังด็อกด้วยความหนักแน่นที่ดูเป็นธรรมชาติมาก ไม่ว่าจะเป็นฉากที่เขาอ่านพื้นที่ด้วยสายตาเฉียบขาด หรือฉากที่เขาเผชิญกับบางสิ่งที่เกินกว่าจะรับมือด้วยความรู้เรื่องฮวงจุ้ยเพียงอย่างเดียว นักแสดงระดับนี้ทำให้คนดูเชื่อทุกอย่างที่เขาเชื่อในหนัง คิม โก-อึน ในบทฮวาริมก็ไม่แพ้กัน เธอสร้างคาแรกเตอร์คนทรงที่ดูเท่และลึกลับโดยไม่ต้องพึ่งการแสดงเกินจริง ยู แฮ-จิน รับบทสัปเหร่อที่มีมิติมากกว่าแค่ตัวประกอบตลก ขณะที่ อี โด-ฮยอน ทำหน้าที่พาคนดูเข้าสู่โลกของเรื่องได้อย่างดี

ดนตรีประกอบเลือกใช้เสียงที่มีรากอยู่กับพิธีกรรมดั้งเดิม ผสมกับความเงียบที่คำนวณมาอย่างดี บางครั้งความเงียบในหนังเรื่องนี้น่ากลัวกว่าเสียงดนตรีใดๆ จังหวะตัดต่อในช่วงแรกช้าและมีจุดประสงค์ชัดเจน แต่เมื่อหนังเดินเข้าสู่ครึ่งหลัง จังหวะเร่งขึ้นและโทนก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสำหรับบางคนอาจรู้สึกว่าหนังกลายเป็นคนละเรื่องกับที่ดูมาในช่วงต้น แต่ถ้ามองในแง่ของสารที่หนังต้องการจะพูด การเปลี่ยนโทนนั้นก็มีเหตุผลอยู่ เพราะสิ่งที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากหลุมไม่ใช่แค่ผีทั่วไป มันคืออะไรบางอย่างที่ผูกติดกับบาดแผลที่คนเกาหลียังไม่ได้ปิดปาก

หนังเรื่องนี้เหมาะมากกับคนที่ชอบสยองขวัญที่มีความหมายซ่อนอยู่ ไม่ใช่แค่หนังที่ดูแล้วกลัวแล้วจบ ถ้าชอบ "The Wailing" หรือ "A Tale of Two Sisters" จากเกาหลี หรือแม้แต่หนังอย่าง "Hereditary" จากฝั่งอเมริกา รูปแบบความกลัวที่มาจากสิ่งที่อธิบายไม่ได้แต่รู้สึกได้ "ขุดมันขึ้นมาจากหลุม" อยู่ในลีกเดียวกัน เมื่อเทียบกับผลงานก่อนหน้าของจาง แจ-ฮยอน เรื่องนี้สุกงอมกว่าทั้งในแง่งานภาพและความลึกของเนื้อหา และน่าจะเป็นผลงานที่คนจำชื่อเขาได้ไปอีกนาน

จุดเด่น

บรรยากาศหนังหนักแน่น สร้างความอึดอัดคุกคามได้ตลอดเรื่อง

การแสดงของ ชเว มิน-ชิก และ คิม โก-อึน โดดเด่นมาก

ชั้นความหมายเรื่องประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเกาหลีเพิ่มความลึกให้เรื่องราว

จุดสังเกต

ครึ่งหลังของหนังเปลี่ยนโทนชัดเกินไปจนอาจสะดุดสำหรับบางคน

ความยาว 134 นาทีอาจรู้สึกยืดในบางช่วง

ดูได้ที่ไหน

สมาชิกรายเดือนของแพลตฟอร์มนี้ดูได้ทันทีไปหน้า VIU

คำถามที่พบบ่อย

ขุดมันขึ้นมาจากหลุม ดูสนุกไหม ต้องรู้เรื่องประวัติศาสตร์เกาหลีก่อนไหม

ดูสนุกได้แม้ไม่รู้ประวัติศาสตร์เกาหลีมาก่อน เพราะหนังสร้างความลึกลับและความตึงเครียดได้ดีในแบบสยองขวัญทั่วไป แต่ถ้ารู้บริบทเรื่องการยึดครองของญี่ปุ่นจะยิ่งซึ้งและเข้าใจชั้นความหมายที่ซ่อนอยู่ได้มากกว่า

นักแสดงนำ

최민식김고은유해진이도현김재철จอนจินกี

หนังที่คล้ายกัน

สาปรักคลั่งหลอน

สาปรักคลั่งหลอน

วันเปิดโปง: ไขปริศนาลวงโลก

วันเปิดโปง: ไขปริศนาลวงโลก

นรกห้องลับ

นรกห้องลับ